Contract
สรุปกฎหมายลักษณะสัญญา
ความน˚า
นิติกรรม คือ การกระท˚า (การใด ๆ) อันท˚าลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วย▇▇▇▇▇▇▇ มุ่งโดยตรงต่อการผูก▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือ ระงับซึ่ง▇▇▇▇▇
นิติกรรมแบ่งได้เป็นนิติกรรมฝ่ายเดียว และนิติกรรมหลายฝ่าย สัญญาคือนิติกรรม หลายฝ่าย จึงต้องน˚าหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนิติกรรมมาใช้ในเรื่องสัญญาด้วย
1. ความหมายของนิติกรรม
จากต˚าราต่างๆ แล้ว “สัญญา หมายถึง นิติกรรมสองฝ่ายหรือหลาย▇▇▇▇▇▇▇เกิดจาก การแสดง▇▇▇▇▇เสนอ ▇▇▇▇ต้องตรงกันของบุคคลตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปที่มุ่งจะก่อให้▇▇▇▇▇▇▇ เปลี่ยนแปลงหรือระงับ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇” (ศนันท์กรณ์ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇, 2563, หน้า 317)
2. องค์ประกอบของสัญญา
2.1 คู่สัญญา
(1) คุณสมบัติของคู่สัญญา เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
(2) มีความ▇▇▇▇▇▇ในการใช้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในเวลาที่เกิดสัญญาขึ้น
กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ต้องไม่เป็นผู้เยาว์ คนวิกลจริต คนไร้ความสามารถ ส˚าหรับ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ท˚า▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในบางกรณีเท่านั้น
กรณีเป็นนิติบุคคล พิจารณาความ▇▇▇▇▇▇จากวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งนิติบุคคล
ข้อสังเกต หลักเรื่องการแสดง▇▇▇▇▇
มาตรา 169 ▇▇▇▇▇▇▇ว่า “การแสดง▇▇▇▇▇▇▇▇ได้ส่งออกไปแล้วย่อมไม่เสื่อมเสียไป แม้ภายหลังการ แสดง▇▇▇▇▇นั้นผู้แสดง▇▇▇▇▇จะถึงแก่ความตาย หรือถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇” แต่หากการแสดง▇▇▇▇▇นั้นเป็นการแสดง▇▇▇▇▇ท˚าค˚าเสนอ มาตรา 360 ▇▇▇▇▇▇▇ว่า “บทบัญญัติ แห่งมาตรา 169 วรรคสอง นั้น ท่านมิให้ใช้บังคับ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขัดกับ▇▇▇▇▇อันผู้เสนอได้แสดง หรือหากว่าก่อนจะ ▇▇▇▇รับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความ▇▇▇▇▇▇”
ดังนั้น โดยหลักแล้วต้อง▇▇▇▇▇▇ คู่สัญญาต้องมีความ▇▇▇▇▇▇ในการใช้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในเวลาที่เกิดสัญญาขึ้น เว้นแต่
ในเวลา▇▇▇▇รับค˚าเสนอนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายท˚าเสนอไม่รู้ว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความ▇▇▇▇▇▇
ลักษณะของ▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ดังนี้ (ศนันท์กรณ์ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇, 2563, หน้า 328)
1. คู่สัญญาในทางรูปแบบ และคู่สัญญาในทางเนื้อหา
คู่สัญญาในทางรูปแบบ คือ พิจารณาในแง่บุคคลที่ลงมือท˚าสัญญา ส่วนคู่สัญญาในทาง เนื้อหา พิจารณาในแง่ของบุคคลที่ต้องรับผิดในทางสัญญา ▇▇▇▇ แดงมอบอ˚านาจให้ด˚าเป็นตัวแทนของ ตนไปท˚าสัญญาโอนขายที่ดินกับขาว ▇▇▇▇นี้ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นตัวการ ส่วนด˚าเป็นตัวแทน ในทางเนื้อแล้ว เมื่อด˚าท˚าการแทนแดงซึ่งเป็นตัวการ สัญญาย่อม▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇เป็นคู่สัญญาในทางเนื้อหา
2. การเป็นคู่สัญญามาแต่แรก และการเป็นคู่สัญญาในภายหลัง ▇▇▇▇ แดงให้ขาวเช่าบ้าน ในระหว่างอายุสัญญา▇▇▇▇ ▇▇▇ตาย ▇▇▇▇นี้ ด˚าบุตรของแดงต้องรับ▇▇▇▇▇หน้าที่และความรับผิดต่อจาก แดง ด˚าจึงต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าสืบต่อจากแดง เป็นการเข้ามาเป็นคู่สัญญาในภายหลัง
2. องค์ประกอบของสัญญา
2.2 ต้องมีการแสดง▇▇▇▇▇ต้องตรงกัน กล่าวคือ มีการเสนอและมีการ▇▇▇▇ต้องตรงกัน
2.3 ต้องมีวัตถุประสงค์ในการท˚าสัญญา
▇▇▇▇▇▇▇▇สัญญาต้องมีวัตถุประสงค์▇▇▇▇ ▇▇▇▇ สัญญาซื้อขาย มีวัตถุประสงค์ในเรื่องการโอน กรรมสิทธิ์และการช˚าระราคา เป็นต้น
วัตถุประสงค์ในการท˚าสัญญา คือ ประโยชน์สุดท้ายที่จะได้จากสัญญา มี 2 ลักษณะ คือ วัตถุประสงค์ ในทางภาวะวิสัย และวัตถุประสงค์ในทางอัตวิสัย
วัตถุประสงค์ในทางภาวะวิสัย คือ ประโยชน์▇▇▇▇▇▇รับจากสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ สัญญาซื้อขาย ก็มี
วัตถุประสงค์ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน และการช˚าระราคา หาก▇▇▇▇▇▇ซื้อยาเบื่อหนูจากนายด˚า วัตถุประสงค์ก็คือ แดงต้องช˚าระราคายาเบื่อหนูให้ด˚า ส่วนด˚าก็ส่งมอบยาเบื่อหนูให้แก่แดง หรือเรียกว่า ซื้อขาย ยาเบื่อหนู
วัตถุประสงค์ในทางอัตวิสัย เป็นประโยชน์ที่มาจากตัว▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ แดงซื้อยาเบื่อหนู เพื่อน˚าไป ผสมในอาหารเพื่อให้หนูมากินแล้วตาย และด˚าก็รู้ข้อเท็จจริงนั้นด้วย ดังนั้น วัตถุประสงค์ในสัญญาซื้อขาย ในทางอัตวิสัยนี้ คือ การซื้อยาเบื่อหนูไปใช้ฆ่าหนู
สัญญาจึงมีวัตถุประสงค์ที่เป็นทั้งภาวะวิสัยและอัตวิสัย
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
ตัวอย่างที่ 1 แดงซื้อมีดจากด˚าผู้ขาย วัตถุประสงค์ของสัญญาในแง่ภาวะวิสัย คือ โอนกรรมสิทธิ์ ในมีดและส่งมอบมีด และช˚าระราคาค่ามีด หรือเรียกว่า ซื้อขายมีด วัตถุประสงค์▇▇▇▇นี้ย่อมชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ
ตัวอย่างที่ 2 แดงซื้อยาบ้าจากด˚า วัตถุประสงค์ของสัญญาในแง่ภาวะวิสัย คือ โอนกรรมสิทธิ์ใน ยาบ้าและส่งมอบยาบ้า และช˚าระราคาค่ายาบ้า หรือเรียกว่า ซื้อขายยาบ้า วัตถุประสงค์▇▇▇▇นี้ ต้องห้ามตาม กฎหมายโดยชัดแจ้ง เพราะยาบ้า เป็นสิ่งที่ต้องห้ามซื้อขายกันตามกฎหมาย สัญญานี้เป็นโมฆะ
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
ตัวอย่างที่ 3 แดงซื้อมีดจากด˚าผู้ขาย เพื่อน˚ามีดไปฆ่าขาว โดยด˚าผู้ขายไม่รู้ วัตถุประสงค์ของ สัญญาในแง่ภาวะวิสัย คือ ก็คือ การซื้อขายมีด กรณีเป็น▇▇▇▇เดียวกับตัวอย่างที่ 1 วัตถุประสงค์▇▇▇▇นี้ย่อม ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ หากพิจารณาวัตถุประสงค์ของสัญญาในแง่อัตวิสัยแล้ว เมื่อด˚าผู้ขายไม่รู้เรื่อง ด้วย การซื้อมีดไปเพื่อฆ่าขาวจึงเป็นเพียงมูลเหตุชักจูงใจของแดงฝ่ายเดียว ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของ สัญญา สัญญาไม่เป็นโมฆะ
ตัวอย่างที่ 4 แดงซื้อมีดจากด˚าผู้ขาย เพื่อน˚ามีดไปฆ่าขาว โดยด˚าผู้ขายรู้มูลเหตุชักจูงใจของแดง วัตถุประสงค์ของสัญญาในแง่ภาวะวิสัย คือ ซื้อขายมีด วัตถุประสงค์▇▇▇▇นี้ย่อมชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ แต่เมื่อ พิจารณาวัตถุประสงค์ในแง่อัตวิสัยแล้ว ▇▇▇▇▇▇▇และด˚าต่างรู้กันว่า การซื้อขายมีดนี้ ก็เพื่อน˚าไปใช้เป็น▇▇▇▇▇ในการฆ่าขาว จึงเป็นประโยชน์สุดท้ายของสัญญาซื้อขายครั้งนี้ จึงเป็นวัตถุประสงค์ของสัญญา สัญญาเป็นโมฆะ
2. องค์ประกอบของสัญญา
2.4 แบบ หากกฎหมายก˚าหนดวิธีการแสดง▇▇▇▇▇เป็นแบบไว้ หากมิได้กระท˚า ตามแบบ สัญญาก็จะตกเป็นโมฆะ
3. องค์ประกอบเสริมของสัญญา
เป็นสิ่งที่มิใช่สาระส˚าคัญของการเกิดสัญญา แต่เป็นองค์ประกอบเพิ่มเติมขึ้นมา ได้แก่
3.1 เงื่อนไข ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
เงื่อนไขคือเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับผลของสัญญา แยกเป็น▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ แยกเป็นเงื่อนเวลาเริ่มต้น และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เกี่ยวกับผลของสัญญา
3.2 มัดจ˚าและเบี้ยปรับ
มัดจ˚า คือ พยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ท˚ากันขึ้นแล้ว และเป็นประกันการที่จะปฏิบัติ▇▇▇ ▇▇▇▇▇นั้นด้วย
เบี้ยปรับ คือ การที่ลูกหนี้สัญญาแก่เจ้าหนี้ว่าจะใช้เงินจ˚านวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ช˚าระหนี้ ก็ดี หรือไม่ช˚าระหนี้ให้ถูกต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
4. ประเภทของสัญญา
การแบ่งประเภทของสัญญา จะช่วยท˚าให้เกิดความเข้าใจแนวความคิดของสัญญา ที่จะน˚ากฎหมายมาปรับใช้กับ สัญญานั้น ๆ
4.1 สัญญาต่างตอบแทนและสัญญาไม่ต่างตอบแทน
สัญญาต่างตอบแทน คือ สัญญาที่คู่สัญญาต่างฝ่ายต่างเป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้ซึ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇สองฝ่ายจึงต้อง ปฏิบัติการช˚าระหนี้ต่อกัน ▇▇▇▇
สัญญาซื้อขาย คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินน้นให้แก่ผู้ขาย
สัญญาแลกเปลี่ยน คือสัญญาซึ่งคู่กรณีต่างโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้กันและกัน
สัญญาเช่าทรัพย์สิน คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้▇▇▇▇ ▇▇▇ใช้ หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลา▇▇▇▇▇จ˚ากัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
4. ประเภทของสัญญา
สัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมช˚าระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะช˚าระหนี้ หรือขอปฏิบัติการ ช˚าระหนี้ก็ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างกันเป็นเจ้าหนี้ลูกหนี้ซึ่งกันและกัน แต่ถ้าหนี้ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ถึงก˚าหนด จะอ้างเงื่อนไขนี้▇▇▇▇▇▇
กรณีสัญญาต่างตอบแทนนั้น เป็นการโอนทรัพย์เฉพาะสิ่ง หากภายหลังเกิดสัญญาแล้ว ทรัพย์นั้นสูญหรือเสีย หายไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้มิได้ การสูญหรือเสียหายน้ันตกเป็นพับแก่▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ แดงซื้อ▇▇▇▇▇▇▇ เซเว่นจากแม่ค้า และสั่งให้ใส่ถุง เดี๋ยวมาเอา เมื่อแดงออกมาก็พบว่า ส้มถูกรถสามล้อเสียหลักมาทับเสียหายหมดแล้ว ความเสียหายนี้▇▇▇▇▇▇โทษแม่ค้าซึ่งเป็นลูกหนี้ในการส่งมอบส้มได้ และเมื่อส้มนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของแดงตั้งแต่ท˚า สัญญาแล้ว ▇▇▇▇นี้ แดงต้องเคราะห์นั้นโดยยังต้องมีหน้าที่ช˚าระราคา▇▇▇▇▇▇แก่แม่ค้าด้วย
4. ประเภทของสัญญา
4.2 สัญญามีค่าตอบแทนและสัญญาไม่มีค่าตอบแทน
สัญญาไม่ต่างตอบแทน คือสัญญาที่ก่อหนี้แต่เพียงฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่มีหนี้ต้องช˚าระ ▇▇▇▇ สัญญา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอย
ทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇ และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว ผู้ยืมเท่านั้นที่เป็นหนี้ ต้องช˚าระ ผู้ยืมไม่มีหนี้ต่อผู้ยืม
สัญญามีค่าตอบแทน ▇▇▇▇ สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า สัญญา▇▇▇▇แรงงาน สัญญา▇▇▇▇ท˚าของ
สัญญาไม่มีค่าตอบแทน ▇▇▇▇ สัญญา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ สัญญา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ สัญญาให้
4. ประเภทของสัญญา
4.3 สัญญาประธานและสัญญาอุปกรณ์
สัญญาประธาน คือ สัญญาที่มีผลบังคับในตัวสัญญานั้นเอง เป็นสัญญาที่ก่อหนี้ชั้นต้นขึ้น
สัญญาอุปกรณ์ คือ สัญญาที่ท˚าขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาประธาน หากสัญญาประธานไม่▇▇▇▇▇▇▇ สัญญา อุปกรณ์ก็ไม่▇▇▇▇▇▇▇ไปด้วย ▇▇▇▇ สัญญาค้˚าประกัน ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ สัญญาจ˚าน˚า เป็นต้น
4.4 สัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก คือสัญญาที่คู่สัญญาตกลงท˚าขึ้น แต่ให้ผลของสัญญาหรือ การช˚าระหนี้ที่คู่สัญญาต้องช˚าระตกแก่บุคคลภายนอก ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ผู้เอาประกันและผู้รับประกัน ให้ประโยชน์ ตกแต่▇▇▇▇▇ของผู้เอาประกัน
4.5 สัญญามีชื่อหรือเอกเทศสัญญา และสัญญาไม่มีชื่อ
สัญญามีชื่อหรือเอกเทศสัญญา คือ สัญญา▇▇▇▇▇▇ก˚าหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับสัญญานั้นไว้แล้ว เนื่องจากเป็นสัญญาที่มีการใช้ในสังคมเป็นประจ˚า รัฐจึงก˚าหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า
สัญญาไม่มีชื่อ คือ สัญญาที่กฎหมายมิได้ก˚าหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัญญานั้นไว้โดยเฉพาะ จึงต้องน˚าหลัก ทั่วไปเกี่ยวกับสัญญานั้นไปใช้
5. ค˚าเสนอ
ค˚าเสนอเป็นองค์ประกอบส˚าคัญที่ท˚าให้เกิดสัญญาขึ้น ที่ว่าสัญญาเกิดขึ้นเพราะมีค˚าเสนอ และค˚า▇▇▇▇ถูกต้อง
ตรงกัน จึงเห็นได้ว่า การเกิดสัญญาเริ่มต้นจากค˚าเสนอเป็นส˚าคัญ
5.1 ลักษณะของค˚าเสนอ
(1) ค˚าเสนอเป็นการแสดง▇▇▇▇▇ขอท˚าสัญญา ต้องน˚าเรื่องของการแสดง▇▇▇▇▇มาบังคับใช้
(2) ต้องเป็นการแสดง▇▇▇▇▇▇▇▇ชัดแจ้ง มีความชัดเจนแน่นอน▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ว่า ผู้ท˚าค˚า▇▇▇▇เพียงแต่ตก ลง ก็เกิดสัญญาแล้ว หากแสดง▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ แดงบอกขายรถแก่ด˚า แต่มิได้บอกว่าจะขายในราคากี่บาท เพียงเท่านี้ จะเรียกว่าเป็นเสนอ▇▇▇▇▇▇ เพราะยัง▇▇ต้องมาเจรจากันในเรื่องราคาต่อไปอีก
5.ค˚าเสนอ
การแสดง▇▇▇▇▇ท˚าค˚าเสนอโดยชัดแจ้งนั้น อาจกระท˚าโดย วาจา ลายลักษณ์▇▇▇▇▇ หรือกริยา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ แต่ การท˚าค˚าเสนอโดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่น่าจะมีได้
ค˚าเชื้อเชิญ หรือการ▇▇▇▇▇▇▇ เป็นเพียงการขอให้อีกฝ่ายหนึ่งท˚าค˚าเสนอ จึงไม่เป็นค˚าเสนอ ▇▇▇▇ ส่วน ราชการประกาศประกวดราคา▇▇▇▇ก่อสร้างอาคาร เป็นแต่เพียงการ▇▇▇▇▇▇▇ให้บุคคลทั่วไปเสนอราคาแก่ส่วนราชการ ประกาศ▇▇▇▇▇▇▇ดังกล่าวจึงไม่เป็นค˚าเสนอ
(3) ค˚าเสนอน้ัน อาจเสนอต่อบุคคลเฉพาะเจาะจงหรืออาจท˚าต่อสาธารณชน▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ รถประจ˚าทางคิด ราคาค่าโดยสารตลอดสาย 8 บาท โดยมีเส้นทางแน่นอน เท่ากับเป็นการเสนอต่อสาธารณะ หากบุคคลใดขึ้นรถประจ˚าทาง คันดังกล่าว ก็เท่ากับเป็นการ▇▇▇▇รับเกิดสัญญารับขนส่งคนโดยสารขึ้นทันที หรือเครื่องขายเครื่องดื่มอัตโนมัติ ก็เป็นการ แสดง▇▇▇▇▇ขายเครื่องดื่มต่อบุคคลทั่วไป
5.ค˚าเสนอ
5.2 ผลของค˚าเสนอ
ค˚าเสนอนั้น เมื่อมีผลแล้ว ย่อมผูกพันผู้ท˚าค˚าเสนอ ▇▇▇▇▇▇ถอนค˚าเสนอนั้นได้ โดยแยกพิจารณาดังนี้
1.กรณีก˚าหนดระยะเวลาในการท˚าค˚า▇▇▇▇ไว้ จะบอกถอนค˚าเสนอก่อนถึงก˚าหนดเวลาน้น▇▇▇▇▇▇
2.กรณี▇▇▇▇▇▇ก˚าหนดระยะเวลาในการท˚าค˚า▇▇▇▇ไว้ จะบอกถอนค˚าเสนอภายในระยะเวลาอันควร
คาดหมายว่าจะได้รับค˚าบอกล่าว▇▇▇▇น้น ▇▇▇▇▇▇ แยกเป็น 2 กรณี คือ
(1) กรณีท˚าค˚าเสนอต่อบุคคลเฉพาะหน้า รวมทั้งการท˚าค˚าเสนอทางโทรศัพท์ ผู้เสนอจะถอนค˚า เสนอในเวลาใด ๆ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ค˚า▇▇▇▇ เพราะเมื่อผู้รับการแสดง▇▇▇▇▇ท˚าค˚าเสนอทราบแล้ว ก็ย่อมคาดหมายได้ว่าจะท˚า ค˚า▇▇▇▇▇▇▇ในเวลานั้น เมื่อมิได้ท˚าค˚า▇▇▇▇รับในเวลานั้น ผู้ท˚าค˚าเสนอก็ถอนค˚าเสนอได้
(2) กรณีท˚าค˚าเสนอต่อบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง จะถอนค˚าเสนอในเวลาอันคาดหมายว่าจะ ได้รับค˚าบอกล่าว▇▇▇▇นั้น ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ▇▇▇▇ มีจดหมายท˚าค˚าเสนอขาย▇▇▇▇▇ริมน้˚าราคา 50 บาทไปให้ เพื่อนที่อยู่จังหวัดเชียงใหม่ เวลาในการส่งจดหมายไปกลับรวม 4 วัน เวลาตัดสินใจเกี่ยวกับทรัพย์ราคาสูงอีก 3 วัน ดังนั้น เวลาอันคาดหมายว่าจะมีการ▇▇▇▇กลับ คิดได้เป็น 7 วัน เป็นต้น
5.ค˚าเสนอ
5.3 การสิ้นผลของค˚าเสนอ
1. เมื่อผู้รับค˚าเสนอบอกปัดไปยังผู้เสนอแล้ว
2. เมื่อผู้รับค˚าเสนอไม่▇▇▇▇รับภายในเวลาที่ก˚าหนด
3. เมื่อผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ได้ความ▇▇▇▇▇▇ หากว่าก่อนจะ▇▇▇▇รับนั้น คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
รู้อยู่แล้วว่าผู้เสนอตายหรือตกเป็นผู้ไร้ความ▇▇▇▇▇▇
6.ค˚า▇▇▇▇
ค˚า▇▇▇▇คือการตอบรับค˚าเสนอ เพื่อเข้าท˚าสัญญา
6.1 ลักษณะของค˚า▇▇▇▇
1. เป็นนิติกรรมฝ่ายเดียวที่ต้องมีผู้รับการแสดง▇▇▇▇▇
2. ค˚า▇▇▇▇นั้นต้องมีความชัดเจนแน่นอน ไม่มีเงื่อนไข หรือแก้ไขใด ๆ
3. จะแสดง▇▇▇▇▇▇▇▇▇รับโดยชัดแจ้ง หรือโดยปริยายก็ได้
4. เป็นการแสดง▇▇▇▇▇ต่อบุคคลโดยเฉพาะเจาะจง
6.ค˚า▇▇▇▇
6.2 ผลของการ▇▇▇▇
1. เมื่อมีการ▇▇▇▇รับค˚าเสนอแล้ว ย่อมเกิดสัญญาขึ้น และมีหนี้หรือความผูกพันต้องปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇
2. เมื่อค˚า▇▇▇▇มีผลแล้ว จะบอกถอนค˚า▇▇▇▇▇▇▇ได้อีก หากไม่ต้องการผูกพันข้อตกลง ต้องด˚าเนินการเลิกสัญญา
6.3 ค˚า▇▇▇▇▇▇▇มาล่วงเวลา ให้ถือเป็นค˚าเสนอขึ้นใหม่ได้ แต่ถ้าค˚า▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มาถึงล่วงเวลา แต่เป็นที่เห็น▇▇▇▇▇▇▇▇ว่าค˚า ▇▇▇▇▇▇▇▇นั้นได้ส่งโดยทางการ ซึ่งตามปรกติควรจะมาถึงภายในก˚าหนด▇▇▇▇ ผู้เสนอต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇แก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดย▇▇▇▇ ว่าค˚า▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ถึงเนิ่นช้า เว้นแต่จะได้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้นก่อนแล้ว ▇▇▇▇ แดงก˚าหนดเวลาในการท˚าค˚า▇▇▇▇ให้แก่แดงเป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่า หากแดงท˚าจดหมาย▇▇▇▇รับ ก็ใช้เวลาแค่ 2 วัน แต่ตอนนี้ล่วงผ่านไป 7 วันแล้ว จดหมายจึงเพิ่งมาถึงเพราะเหตุการณ์ ล็อคดาวน์การแพร่ระบาดของเชื่อโควิด 19 ▇▇▇▇นี้ แดงต้องแจ้งไปยังด˚าว่าจดหมายท˚าค˚า▇▇▇▇มาล่วงเวลา หากไม่แจ้ง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇มา ล่วงเวลา หรือข้อเท็จจริงเป็นว่า พ้น 7 วันแล้ว จดหมาย▇▇▇▇รับยังมาไม่ถึง แดงต้องแจ้งแก่ด˚า▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇รับจดหมายเพื่อให้ด˚าทราบ ว่า ค˚า▇▇▇▇ของด˚ายังไม่มา ต่อมาเมื่อผ่านไป 10 วันแล้ว จดหมายท˚าค˚าสองเพิ่งมาถึง ▇▇▇▇นี้ แดงไม่ต้องแจ้งให้ด˚าทราบอีกว่า จดหมายมาล่วงเวลา เพราะได้แจ้งไปก่อนนั้นแล้ว
6.4 ค˚า▇▇▇▇▇▇▇มีการแก้ไข ให้ถือเป็นค˚าเสนอขึ้นใหม่ได้
7.เวลาที่เกิดสัญญา
เมื่อค˚าเสนอค˚า▇▇▇▇ถูกต้องตรงกัน สัญญาย่อมเกิดขึ้น
1. แดงโทรไปบอกขายแหวนวงที่ด˚าเคยเห็นแล้วชอบในราคา 500 บาท ด˚าตอบตกลง สัญญาเกิดทันที
2. แดงเขียนจดหมายไปบอกขายแหวนวงที่ด˚าเคยเห็นแล้วชอบในราคา 500 บาท ด˚าได้เขียนจดหมายตอบ
ตกลง เมื่อจดหมายมาถึงแดง สัญญาเกิด
3. ด˚าเขียนจดหมายไปขอซื้อแหวนของแดงวงที่ด˚าเคยบอกว่าชอบในราคา 500 บาท ▇▇▇▇▇▇ขายก็ให้ส่ง แหวนมาเลย เมื่อแดงเอาแหวนใส่กล่องส่งไปรษณีย์มาให้ด˚า สัญญาก็เกิดขึ้นในเวลาส่งแหวนน้นั
8. ผลของสัญญา
8.1 ผลต่อคู่สัญญา
คู่สัญญาต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇เลิกสัญญาได้เพียงฝ่ายเดียว เว้นแต่มีเหตุในการเลิกสัญญา หรือคู่สัญญาอีกฝ่ายยอมตกลงเลิกสัญญา
8.2 ผลต่อบุคคลภายนอก
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ก˚าหนดให้มีผลต่อบุคคลภายนอกสัญญาได้ แต่เป็นข้อยกเว้น เพราะ▇▇▇▇แล้วสัญญาย่อม ผูกพันเฉพาะ▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก คือสัญญาที่คู่สัญญาตกลงท˚าขึ้น แต่ให้ผล ของสัญญาหรือการช˚าระหนี้ที่คู่สัญญาต้องช˚าระตกแก่บุคคลภายนอก ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ผู้เอาประกันและผู้ รับประกัน ให้ประโยชน์ตกแต่▇▇▇▇▇ของผู้เอาประกัน
9. การเลิกสัญญา
เมื่อเกิดสัญญาแล้ว คู่สัญญามีหนี้หรือหน้าที่ต่อกันในการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อได้ปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇ต่อกัน แล้ว หนี้▇▇▇▇▇▇▇▇ก็ระงับลง แต่สัญญาอาจระงับลงด้วยการเลิกสัญญาก็ได้ แต่การเลิกสัญญานี้ มิอาจจะกระท˚าตาม อ˚าเภอใจของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้
9.1 การเลิกสัญญาโดยคู่สัญญา เป็นกรณีที่คู่สัญญาเห็น▇▇▇▇กันหรือตกลงกันเลิกสัญญา
(1) คู่สัญญาตกลงกันเลิกสัญญาด้วยกัน
(2) คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเสนอขอเลิกและอีกฝ่าย▇▇▇▇รับ
9.2 การเลิกสัญญาโดยคู่สัญญาฝ่ายเดียว โดยไม่จ˚าที่คู่สัญญาอีกฝ่ายต้องเห็น▇▇▇▇ด้วย กล่าวคือ ▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ขอเลิกสัญญา “มี▇▇▇▇▇” ในการเลิกสัญญา
9.2.1 ▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาโดยข้อสัญญา โดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ก˚าหนดเหตุในการเลิกสัญญาไว้ในสัญญา
9.2.2 ▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
9. การเลิกสัญญา
9.2.2 ▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
9.2.2.1 บทกฎหมายบททั่วไป ได้แก่
(1) ▇▇▇▇▇ในการบอกเลิกสัญญาเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่ช˚าระหนี้
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ช˚าระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะก˚าหนดระยะเวลาพอ▇▇▇▇▇ แล้ว▇▇▇▇▇▇▇▇ให้ฝ่ายนั้นช˚าระ
หนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ช˚าระหนี้ภายในระยะเวลาที่ก˚าหนดให้▇▇▇▇ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
กรณี ก˚าหนดระยะเวลาในการช˚าระหนี้ มิใช่สาระส˚าคัญ จะต้องมีการบอกล่าวให้ช˚าระหนี้เสียก่อน จึงจะมี ▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาได้ แยกเป็น
ขอบคุณรูปภาพจาก : ▇▇▇▇▇://▇▇▇▇▇.▇▇▇▇▇▇.▇▇▇/▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇.▇▇▇▇
9. การเลิกสัญญา
ก.มีก˚าหนดระยะเวลาในการช˚าระหนี้ไว้แล้ว หากไม่ช˚าระหนี้ตามก˚าหนดเวลาดังกล่าว คู่สัญญาต้องก˚าหนด ระยะเวลาพอ▇▇▇▇▇เสียก่อน หากอีกฝ่ายไม่ช˚าระภายในเวลานั้น จึงมี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญา ▇▇▇▇ แดงตกลงซื้อรถจักรยานมือสอง จากด˚า ตกลงส่งมอบรถใน▇▇▇▇▇▇ 8 ธันวาคม 2564 ปรากฏว่า เมื่อถึงก˚าหนด ด˚าไม่ส่งมอบให้▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇ก˚าหนด ระยะเวลาให้ด˚าส่งมอบรถจักรยานภายใน 5 วัน นับแต่วันครบก˚าหนด▇▇▇▇▇▇▇▇ เมื่อครบ 5 วันแล้ว ด˚าไม่ส่งมอบรถจักรยาน ให้▇▇▇ ▇▇▇บอกเลิกสัญญาได้
ข. ▇▇▇▇▇▇ก˚าหนดระยะเวลาในการช˚าระหนี้ไว้ กรณีนี้▇▇▇▇นี้ ต้องมีการก˚าหนดระยะเวลาการช˚าระหนี้ขึ้นก่อน โดย คู่สัญญาจะต้องแจ้ง▇▇▇▇▇▇▇▇ระยะเวลาพอ▇▇▇▇▇ในการช˚าระหนี้ หากลูกหนี้ยังไม่ช˚าระหนี้อีก จะต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇ให้ฝ่ายนั้น ช˚าระหนี้ภายในระยะเวลาอัน▇▇▇▇▇อีกครั้งหนึ่ง หากครั้งหลังนี้ ลูกหนี้ยังไม่ช˚าระหนี้ภายในเวลาดังกล่าว คู่สัญญามี▇▇▇▇▇บอก เลิกสัญญา ▇▇▇▇ แดงตกลงซื้อรถจักรยานมือสองจากด˚า แต่มิได้ก˚าหนดระยะเวลาในการส่งมอบรถไว้ แดงต้องก˚าหนดระยะเวลา ในการส่งมอบรถ เพื่อเป็นก˚าหนดเวลาในการช˚าระหนี้ ▇▇▇▇ ก˚าหนดไว้เป็นเวลา 7 วันนับแต่▇▇▇▇▇▇แดงแจ้งให้ด˚าส่งมอบรถจักรยาน หากปรากฏว่า เมื่อครบก˚าหนด 7 วันแล้ว ด˚าไม่ส่งมอบให้▇▇▇▇▇▇▇▇ แดงจะต้องก˚าหนดระยะเวลาอัน▇▇▇▇▇ให้ด˚าส่งมอบ รถจักรยานอีกครั้ง หากครั้งหลังนี้ ด˚าไม่ส่งมอบรถจักรยานให้▇▇▇ ▇▇▇บอกเลิกสัญญาได้
9. การเลิกสัญญา
9.2.2 ▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
9.2.2.1 บทกฎหมายบททั่วไป ได้แก่
(2) กรณีเวลาการช˚าระหนี้เป็นสาระส˚าคัญ
ถ้าวัตถุที่▇▇▇▇▇▇▇แห่งสัญญานั้น ว่าโดยสภาพหรือโดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แสดงไว้ จะเป็น ผลส˚าเร็จ▇▇▇▇▇แต่ด้วยการช˚าระหนี้ ณ เวลามีก˚าหนดก็ดี หรือภายในระยะเวลาอันใดอันหนึ่งซึ่งก˚าหนดไว้ก็ดี และ ก˚าหนดเวลาหรือระยะเวลานั้น▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไปโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมิได้ช˚าระหนี้ ▇▇▇▇นี้อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้ โดยมิต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇เลย ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ด˚าผู้รับเหมา ให้มาจัดบูธในงานลอยกระทงเพื่อให้แม่ค้าที่ตกลง▇▇▇▇▇▇▇ได้ขาย สินค้าในงานวันลอยกระทง สภาพแห่งสัญญาย่อมเห็นได้ว่า ก˚าหนดเวลาในการจัดบูธเป็นสาระส˚าคัญ หากพ้น ก˚าหนดเวลาจัดงานแล้ว จะมาจัด▇▇▇ ▇▇ย่อมไม่มีประโยชน์อะไรอีก
9. การเลิกสัญญา
9.2.2 ▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
9.2.2.1 บทกฎหมายบททั่วไป ได้แก่
(3) ถ้าการช˚าระหนี้เป็น▇▇▇▇▇▇▇▇
▇▇▇การช˚าระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนกลายเป็น▇▇▇▇▇▇▇▇เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้ได้ ▇▇▇▇ เจ้าหนี้จะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้
1. การช˚าระ▇▇▇▇▇▇▇ต้องเป็น▇▇▇▇▇▇▇▇ คือ ช˚าระหนี้▇▇▇▇▇▇ จะเป็นการ▇▇▇▇▇▇▇▇ตามความเป็นจริงหรือตามกฎหมายก็ได้
2. จะ▇▇▇▇▇▇▇▇ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ได้
3. ต้องเป็นการ▇▇▇▇▇▇▇▇เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้ หากเป็นความผิดของเจ้าหนี้หรือ
บุคคลภายนอก ไม่เข้าลักษณะนี้
9.2.2.2 บทกฎหมายบทเฉพาะ กล่าวคือ มีกฎหมายเฉพาะก˚าหนดเหตุแห่งการเลิกสัญญาในเรื่องนั้น ๆ
10.ผลของการเลิกสัญญา
10.1 กรณีคู่สัญญาตกลงกันในผล ย่อมเป็นไปตามข้อตกลง
10.2 กรณีตามกฎหมาย
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้▇▇▇▇▇เลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่าย ต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่ เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่▇▇▇▇▇ของบุคคลภายนอกหา▇▇▇▇▇▇ ส่วน▇▇▇▇▇▇▇จะต้องใช้คืน ให้บวกดอกเบี้ย เข้าด้วย คิดตั้งแต่เวลา▇▇▇▇▇▇รับไว้ ส่วนที่เป็นการงานอันได้กระท˚าให้และเป็นการยอมให้ใช้ทรัพย์นั้น การที่จะชดใช้ คืน ท่านให้ท˚าได้ด้วยใช้เงิน▇▇▇▇▇▇ค่าแห่งการนั้น ๆ หรือถ้าในสัญญามีก˚าหนดว่าให้ใช้เงินตอบแทน ก็ให้ใช้ตามนั้น ทั้งนี้ การใช้▇▇▇▇▇เลิกสัญญานั้นหากระทบกระทั่งถึง▇▇▇▇▇เรียกร้องค่าเสียหาย
ขอบคุณรูปภาพจาก : ▇▇▇▇▇://▇▇▇▇▇▇▇▇.▇▇.▇▇/▇▇▇▇▇▇▇/▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇-▇▇▇▇▇▇▇▇-▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇/
thanks
CREDITS: This presentation template was created by Slidesgo, including icons by Flaticon, infographics & images by ▇▇▇▇▇▇▇ and illustrations by Stories
Please keep this slide for attribution
