สัญญาเลขที่ RDG4510020
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณเรื่อง
การกํากับดูแลโครงสรางสื่อ วิทยุและโทรทัศน
(โครงการ ”การ▇▇▇▇▇▇ระบบสื่อ”)
โดย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ย สถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศไทย
มีนาคม 2547
สัญญาเลขที่ RDG4510020
รายงานวิจัยฉบับสมบูรณเรื่อง
การกํากับดูแลโครงสรางสื่อ วิทยุและโทรทศน
(โครงการ ”การ▇▇▇▇▇▇ระบบสื่อ”)
โดย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ย
สถาบันวิจ เพ่ือการพัฒนาประเทศไทย
สนบสนุนการวิจยั โดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย มีนาคม 2547
(ความเห็นในรายงานฉบับนี้เปนของผูวิจยั สกว.ไมจําเปนตองเห็นดวยเสมอไป)
บทค ยอ
การแพรภาพกระจายเสียงสวนใหญเกี่ยวของกับการใชคลื่นความถี่ ซึ่งเปนทรัพยากรที่ มี▇▇▇อยางจํากัด ซึ่งทําใหบริการแพรภาพกระจายเสียงในแตละชวงเวลามีปริมาณจํากัดดวย นอกจากนี้ สื่อยังเปนสินคาท่ีมีผลกระทบ (externality) ตอสังคมอยางกวางขวาง เนื่องจากมี
▇▇▇▇▇▇▇ตอแนวคิด ท นคติ ตลอดจนการรับรขู อมลขาวู สารของคนในสังคม ทงั ในดานการเมือง
และดานวัฒนธรรม ตลาดของส่ือวิทยุและโทรท
น จึงเปนตลาดท
ีความลมเหลว (market
failure) ในการจัดสรรทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ ความลมเหลวด กลาวจงมเห▇▇▇ ุผลใหรฐั
▇▇▇▇▇▇มีบทบาทในการแทรกแซงตลาดสื่อได ทังนี าตรการในการแทรกแซงอาจมีหลายรปู
แบบ เชน การสน สนน▇▇▇ เกิดวิทยและ▇▇ ทรทัศนสาธารณะ (public broadcasting) หรอื วิทยชมุุ
ชน (community radio) การกํากับดูแลดานเนื้อหา (content regulation) ในบางรูปแบบ ตลอดจนการกํากับดูแลดานโครงสราง (structure regulation)
การกําก ดูแลเชงโิ ▇▇▇สรางของสื่อวิทยและ▇▇ ทรทัศนอ าจมวี ัตถุประสงครองรบหลั าย
ประการ เชนเพ่ือ สงเสริมความหลากหลายดานโครงสร ง ซงจะเอ่ึ ื้อใหเ กิดความหลากหลาย
ดานเนื้อหา สงเสริมความหลากหลายดานวฒนธรรม และปองกันการครอบงําทางวัฒนธรรมโดย
ตางชาติ สงเสริมใหเกิดบริการอยางท่วถึง (universal access) สน สนน▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇แขงขนเพั ื่อ
กอให▇▇▇▇▇▇▇พัฒนาบริการ▇▇▇▇▇ข สรางค วามเช่ือมนแ่ั กสาธารณะตอความโปรงใสในการกํากับ
ดูแลและการออกใบอนุญาต และควบคุมใหการใชคล่ืนความถี่เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ
รายงานการวิจัยเรื่อง “การกํากับดูแลโครงสรางสื่อวิทยุและโทรทัศน นไ้ี ดวิเคราะหแนว
คิดทางทฤษฎีถึงความจําเปนในการกํากับดูแลโครงสร งสื่อวิทยและ▇▇ ทรทัศน ทบทวนประสบ
การณในตางประเทศ และนําเสนอขอเสนอแนะเพื่อกําก
ดูแลโครงสร
งสื่อวิทยุและโทรทัศนที่
เหมาะสมสําหรับประเทศไทย ขอเท็จจริงท่ีพบและขอเสนอสําคญในรายงานนี้ได ก
• ประเทศตางๆ สวนใหญมักมีขอจํากดั ในการถือครองหุนสวนของชาว ตางชาติ เนื่องจากเกรงวาจะถูกครอบงําทางวัฒนธรรม ประเทศไทย
ควรมีหลักเกณฑในลักษณะเดียวก โดยควรมขอี กําหนดหามชาวตาง
ชาติถือครองหุนสวนขางมากในกิจการวิทยุ โทรทศั นและโทรทัศนแบบ บอกรับสมาชิก
• ควรมีการจําก
จํานวนสถานีวิทยุและโทรท
นที่ผ
ระ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ละ
ราย▇▇▇▇▇▇ถือครองไดไวไมใหสูงนกั เชน ไมใหถือครองสถานีโทร ทัศนไดเกิน 1 สถานี และสถานีวิทยุเกินกวารอยละ 20 ของจํานวน
สถานีที่มี▇▇▇ในพ ทนน้ัี่ เพ่ือปองกันมิใหผ ูประกอบการรายใดรายหนึ่ง
▇▇▇▇▇▇มี▇▇▇▇▇▇▇เหนือประชาชนในพน้ื ท่ีนั้นไดมากเกินไป
• ยงไมมีความจําเป▇▇▇▇ประเทศไทยจะตองมีกฎเกณฑท่ัวไปในการถือ
ครองข มส่ือระหวางส่ือวิทยโทรทุ ัศนและ สื่อหนงั สือพมพิ เหมอนในตื าง
ประเทศ เน่ืองจากที่ผานมา ตลาดหน สือพมพิ ในประเทศไทยมีการ
แขงขันกัน▇▇▇มากพอ▇▇▇▇▇ นอกจากนี้ การถือครองขามสื่อยังนาจะมี ประโยชนในการลดตนทุนในการประกอบการของผูประกอบการ ซึ่งนา จะสงผลดีตอผูบริโภคดวย
• การ▇▇▇▇▇▇โครงสร
งของสื่อวิทยุและโทรทัศนในประเทศไทยจะเกิดขึ้น
ไมไดห ากไมมีการ▇▇▇▇▇▇ระบบใบอนุญาตประกอบกิจการ ทง้ นี้ การ ▇▇▇▇▇▇ระบบใบอนุญาตควรมีแนวทางดังตอไปน้ี
▪ กระบวนการออกใบอนุญาตตองมีความโปรงใสเชน มีขั้นตอน ในการขอรับฟงความคิดเห็นจากสาธารณะ (public consultation)
▪ การออกใบอนุญาตควรคํานึงถึงระยะเวลาที่ค กับการลงทุน
วัตถุประสงคของการประกอบกิจการ แนวทางการพัฒนากิจ การของผูขอรบใบอนุญาต ความต▇▇▇▇▇ใน▇▇▇▇▇▇▇ นการสื่อ สารของผูบริโภครวมท้งผลการประเมินการประกอบกิจการ
▪ ควรมีเง่ือนไขการกํากับดูแลด
นโครงสร
งในใบอนุญาตเชน
▇▇▇▇▇ในการใชโครงสรางพืนฐานและพื้นที่สาธารณะ (rights of
way) และการรวมใชโครงขายของผ ระ▇▇▇▇▇▇อื่น
• ควรมีมาตรการในการสงเสริมการแขงขนดังตอไปนี้
▪ เรงประกาศหลักเกณฑในการมีอํานาจเหนือตลาด และหลกั เกณฑในการควบรวมกิจการใหมีความชัดเจนโดยเร็ว
▪ ออกมาตรการปองกันการใช ํานาจเหนือตลาดอยางไมเปน
ธรรมของผูประกอบการสถานีโทรทศั นและวิทยุรายใหญ ท่ีมี สวนแบงตลาดสูง และการมีการผนวกกนในแนวดิ่ง
▪ เรงพัฒนาความ▇▇▇▇▇▇ในการวิเคราะหการแขงขันในตลาดสื่อ ของคณะกรรมการและเจา หนาที่ กสช.
▪ ควรมีบทบัญญัติปองกันการแขง▇▇▇▇▇▇▇▇เปนธรรมสําหรับกิจ การแพรภาพกระจายเสียงเปนการเฉพาะ เชน ควรมีกฎ
▇▇▇▇▇▇▇ในการใชอุปกรณ ับสัญญาณโทรทัศนแบบบอ กรบั
สมาชิก (conditional access equipment) หรือ โปรแกรมราย การอิเล็กทรอนิกส (electronic programming guide) เพื่อปอง
กันมิใหผ ใหม
ระ▇▇▇▇▇▇กีดกันการแขงขันจากผูประกอบการราย
Due to the limited amount of frequency spectrum, broadcasting media markets tend to be characterized as oligopolistic markets. There are also positive and negative externalities due to spillover effects of the media on the society. This means that the broadcasting media left on their own is unlikely to produce desirable results for the society and there are clear rationales for government intervention. Such interventions may be in the form of supporting public broadcasting and community radios and imposing content and structural regulations.
Structure regulations can be designed to serve many objectives, ranging from promoting diversity in ownership, which in turns enhancing diversity of opinions, promoting cultural diversity through imposing limits on foreign ownership, promoting universal services of broadcasting media and preventing anti-competitive behaviors of dominant media operators.
The goal of this paper is to provide theoretical foundations for structure regulation of broadcasting media, review international experiences in the area of structure regulations, and propose policy recommendations on structure regulation. Our key findings and recommendations include:
• Foreign ownership restrictions are common in many OECD countries. Thailand may impose similar restriction to prevent cultural domination by foreign media. In particular, foreigners should be prohibited to own or control radio and television stations, including subscription televisions.
• To promote diversity of ownership, an entity should be restricted to own or control more than one television station and more than 20 percent of radio stations in a geographical market.
• There is no need to impose restrictions on cross-media ownership and control. This is because the newspaper market in Thailand has long been competitive and contestable. A cross- media ownership can reduce costs for producers by promoting content sharing and increase consumer welfare.
• There is an urgent need to reform the spectrum licensing process:
▪ Transparency and public participation need to be introduced into the process.
▪ License period for radio should be extended from the current 1-2 years to at least 5 years. Rights and obligations of licensees should also be clearly spelled out to provide more certainty.
• Competition law and policy regime should be strengthened. In particular,
▪ Guidelines to define ‘market dominance’ and to control mergers and acquisitions should be issued.
▪ Staffs of the National Broadcasting Commission’s Secretariat Office should be trained to have market analysis capability.
▪ Sector-specific competition rules for the media market, especially the subscription television market, should be specified. In particular, rules related to the access to conditional access equipment and electronic programming guide (EPG) should be defined.
สารบญั
หนา บทคัดยอ i
Abstract iii
1. บทนํา 1
1.1 เหตุผลในการกํากับดูแลสื่อด นโครงสราง 2
1.2 มาตรการกํากับดูแลทางโครงสราง 4
1.3 การกําก ดูแลความเปนเจา ของและการควบคุมสื่อ 4
1.3.1 การควบคุมการถือหุนโดยบุคคลแตละราย 5
1.3.2 การจํากัดการถือครองโดยตางชาติ (Foreign ownership control) 6
1.3.3 การถือครองข มสื่อ (Cross ownership) 6
1.4 การออกใบอนุญาต (Licensing) 7
1.4.1 การแบงประเภทของใบอนุญาต 8
1.4.2 กระบวนการในการออกใบอนุญาต 10
1.4.3 เน หาในใบอนญุ าต (Content of license) 10
1.4.4 นโยบายการแขงขัน (Competition policy) 11
2. ประสบการณของตางประเทศ 12
2.1 ขอจํากัดในการถือครองโดยคนในชาติ 14
2.2 ขอจํากัดในการถือครองโดยชาวตางชาติ 15
2.3 ขอจํากัดเรื่องการถือครองขามสื่อ และการถือครองส่ือข มสาขา 16
3. การกํากับดูแลเชิงโครงสรา งและสภาพปญหาในประเทศไทย 17
3.1 การกํากับดูแลเชิงโครงสรางในปจจุบัน 17
3.2 ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇าง 21
4.ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย 24
4.1 กฎเกณฑในดานความเปนเจาของ 24
4.2 กฎเกณฑในดานการออกใบอนุญาต 25
4.3 การสงเสริมการแขงขัน 27
เอกสารอางอิง 29
สารบ
ตาราง
หนา
ตารางที่ 1 เปาหมายและมาตรการในการกํากับดูแลวิทยุและโทรทัศน 30
ตารางที่ 2 ขอจํากัดในการถือครอง (ownership restriction) สถานีโทรทัศน ในประเทศในกลุม OECD 31
ตารางที่ 3 ขอจํากัดเรื่องการถือครองสื่อแพรภาพกระจายเสียงโดย
ชาวตางชาติในประเทศ OECD 35
ตารางที่ 4 ขอจํากัดเรื่องการถือครองส่ือขามสาขา (cross-sector ownership restriction)
ในประเทศ OECD 37
ตารางที่ 5 ขอจํากัดเรื่องการถือครองขามสื่อ (cross-media ownership restriction)
ในประเทศ OECD 39
1. บทนํา
ประเด็นทางนโยบายดานส่ื▇▇▇▇มีการถกเถียงกนมาโดยตลอดก็คือ รฐั ควรปลอยใหสื่อ โดยเฉพาะสื่อวิทยุและโทรทัศนดําเนินการอยาง▇▇▇▇ตามกลไกตลาดเพื่อให▇▇▇▇▇▇▇แขงขันโดยไม
ตองแทรกแซง หรือควรกําหนดกฎเกณฑในการกําก ดูแลสื่อเพอเื่ กิดประโยชนสูงสุดตอ
สาธารณะจากการทําใหเกิดความหลากหลายในการนําเสนอขอมูลขาวสารท่ีมีคุณภาพแกคนใน สังคม
รายงานเรื่อง “วัตถุประสงค ภาพ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ควรจะเปนของระบบส่ือ” โดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และธนวิทย (2546ก) ไดระบุถึงปญหาของส่ือในประเทศไทยในเชิงโครงสรางไว วา ในปจจุบัน สื่อวิทยุและโทรทศั นท่ีดําเนินการในรูปแบบธุรกิจประสบปญหาจากการพึ่งรายได
จากโฆษณาทําใหตองผลิตเนื้อหาที่▇▇▇▇กับความต▇▇▇▇▇ของตลาด ซึ่งอาจทําให องละเลย
กลุมเปาหมาย▇▇▇▇▇มีกําลังซ สื่อวิทยและ▇▇ ทรทัศนในปจจ ุบนยั งเสี่ยงตอการถูกครอบงําดวย
อํานาจรัฐจากการแทรกแซงในรูปแบบตางๆ นอกจากนี้ผูประกอบการรายยอยก็ไม▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะ
แขงข กับกลุมทนหรอผปูื ระ▇▇▇▇▇▇รายใหญได เนองจากื่ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในเรอื งของประสิทธิภาพ
ในการดําเนินงาน
สวนรายงานเร่ือง “โครงสรางตลาดของสื่อวิทยุและโทรทัศน โดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และธนวิทย
(2546ข) ไดระบุปญหาโครงสรางวา มีแนวโนมการกระจุกตัวในส่ือวิทยุและโทรทัศนในประเทศ ไทย ซึ่งทําใหเ กิดการขาดความหลากหลายในการนําเสนอขาวสารไปยังประชาชน ในขณะท่ี การมีอํานาจเหนือตลาดของผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇สถานีโทรทัศนและวิทยุรายใหญ ซึ่งมีสวนแบงตลาด สูงและการผนวกกันในแนวด่ิง (vertical integration) ทําใหเกิดพฤติกรรมกีดกันการแขงขัน
พฤติกรรมด กลาวทําใหผูประกอบการรายใหมไมสา มารถเขาสูตลาด หรอไมสาื มารถแขงขน▇▇▇
ซึ่งทําใหผูบริโภคขาดทางเลือก นอกจากนี้ กลไกในการไดมาซึ่ง▇▇▇▇▇ในการใชคลื่นความถ่ี ซ่ึง จําเปนตอการประกอบการเปนกระบวนการ▇▇▇▇▇มีความโปรงใส ▇▇▇ในระบบอุปถัมภและนา
สงสัยวาจะมีการคอร ัปชั่นมาก
รายงานการวิจยฉบับนี้ จะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กํากับดูแลสื่อวิทยุและโทรทัศนในเชิงโครง สร ง เพ่ือนําเสนอขอเสนอแนะทางนโยบายในการ▇▇▇▇▇▇ระบบสื่อใหม ีความหลากหลายในการ
นําเสนอขาวสารและความคิดเห็น ปรับโครงสรางตลาดสื่อใหเอื้อตอการแขงขันอยาง▇▇▇▇และเปน
ธรรม บนพ ฐานของการดําเนินงานที่มประสิทธิภาพ และทนตอการเปลี่ยนแปลงทาง
เทคโนโลยี ประเด็นด นโครงสรา งท่ีจะกลาวถึงในรายงานฉบับนจะเ้ี กยว่ี ของกับประเดนทส่ี็ ําคัญ
3 ประเด็นคือข
กําหนดในการถือครองหรือเปนเจ
ของสื่อ (media ownership and control)
การออกใบอนุญาตประกอบการ (licensing) และนโยบายการแขงขัน (competition policy)
1.1 เหตุผลในการกําก ดูแลสื่อดานโครงสราง
บริการแพรภาพกระจายเสียงสวนใหญเกี่ยวของกับการใช ลื่นความถี่ ซงเปนทรพ่ึ ยากร
ท่ีมี▇▇▇อยางจํากัด ซ่ึงทําใหบริการแพรภาพกระจายเสียงในแตละชวงเวลามีปริมาณจํากัดดวย สวนบริการแพรภาพกระจายเสียง▇▇▇▇▇ใชคลื่นความถ่ีในการประกอบกิจการเชน เคเบิล้ ทีวี ก็เปน กิจการที่ลงทุนสูง มีการประหยัดจากขนาดการผลิตและมีอุปสรรคในการเขาสูตลาดหลาย ประการ นอกจากนี้ ส่ือยังเปนสินคาที่มีผลกระทบภายนอก (externality) ตอสังคมอยางกวาง ขวาง เน่ืองจากมี▇▇▇▇▇▇▇ตอแนวคิด ทัศนคติ ตลอดจนการรับรูขอมูลขาวสารของคนในสังคม ทง้ั
ในดานการเมืองและดา หนาที่ในการผลิตสินค
นวฒนธรรม จากเหตุผลดงั กลาว แมว า สังคมมกคาดหวงวา สื่อตองมี เพื่อตอบ▇▇▇▇ความต▇▇▇▇▇ของมวลชนและดํารงไวซ่ึงผลประโยชน
สาธารณะ ลําพ การดําเนินการของสื่อเพอื ผลประโยชนในเชงพิ าณิชยเพียงดานเดียวก็จะไม
▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะตอบ▇▇▇▇ตอความต▇▇▇▇▇ของสังคมไดอยางมีประส ธิภาพ จากความลมเหลว
ของตลาด (market failure) ในการจัดสรรทรัพยากรอยางมีประสิทธิภาพ อนเน่ืองมาจากผล กระทบภายนอกและขอจํากัดในการเขาสูตลาดดังกลาว
ความลมเหลวดังกลาวจึงเปนเหตุผลใหร ▇▇▇▇▇▇มีบทบาทในการแทรกแซงตลาดส่ื▇▇▇
▇▇▇▇▇▇มาตรการในการแทรกแซงอาจมีหลายรูปแบบ เชน การสนับสนุนใหเกดิ วิทยุและโทรทัศน สาธารณะ (public broadcasting) หรือ วิทยุชุมชน (community radio) การกํากับดูแลดานเนื้อ
หา (content regulation) ในบางรูปแบบ ตลอดจนการกํากับดูแลด นโครงสราง (structure
regulation) ซ่ึงเปนหวขอหลักของรายงานวิจัยฉบับนี้ การกํากับดูแลเชิงโครงสรางของสื่อวิทยุ และโทรทัศนอาจมีวตถุประสงครองรับหลายประการเชน
▪ การสงเสริมความหลากหลายดา นโครงสรางเพื่อเอื้อใหเกิดความหลาก หลายดานเนือหา
▪ การสงเสริมความหลากหลายดา นวัฒนธรรม และปองก วัฒนธรรมโดยตางชาติ
การครอบงําทาง
▪ การสงเสริมใหเกิดบริการอยางทั่วถึง (universal access)
▪ การสนบั สนุนใหเ กิดการแขงขันเพื่อกอให▇▇▇▇▇▇▇พัฒนาบริการ▇▇▇▇▇ขึ้น
▪ การสรางความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇แกสาธารณะตอความโปรงใสในการกํากับดูแลและ การออกใบอนุญาต
▪ การควบคุมใหการใช รบกวนกัน
ล่ืนความถ่ีเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และไมมีการ
รายงาน Communication Outlook 2001 ของ OECD ไดส รุปเปาหมายและมาตรการ ในการกํากับดูแลธุรกิจวิทยุและโทรทัศนไวในตารางท่ี 1
มาตรการในการกํากับดูแลด กลาวขางตนบางสวนเปนม าตรการท่ีเก่ียวของ กบโครง
สรางตลาดสื่อโดยตรง ดังที่ขีดเสนใตไวในตาราง ในขณะที่บางมาตรการเปนมาตรการดานเนือ้ หา แตอาจมีผลกระทบกับโครงสรางตลาดได เชนการกําหนดคาบริการของโทรทัศนระบบบอก
รับสมาชิก สวนบางมาตรการก็เปนมาตรการด ตลาด
นเนื้อหา▇▇▇▇▇▇ไมมีผลกระทบตอโครงสร ง
ภาพที่ 1 แสดงมาตรการของร ทเ่ี กี่ยวของกับโครงสราง พฤติกรรม และผลการดําเนินงาน
ของสื่อตามกรอบทฤษฎีองคกรอุตสาหกรรม (industry organization theory) จากภาพจะเห็น
วา โครงสรางตลาดและพฤติกรรมของผูประกอบการมีผลซึ่งกันและก และตางไดรบผลั กระทบ
จากมาตรการของรัฐ และทําให▇▇▇▇▇▇ลัพธของระบบข ทงนี้้ั มาตรการของรฐมทงม้ัี าตร
การที่เก่ียวของกบั การแทรกแซงดานโครงสรางของระบบสื่อโดยตรง และมาตรการในการกํากบั ดูแลพฤติกรรม (ดูคําอธิบายเพิ่มเติมใน Viscusi et. al. (1995) และ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ ธนวิทย (2546))
ภาพที่ 1 โครงสราง พฤติกรรม และผลการดําเนินงาน (Structure Conduct Performance)
โครงสราง
การกระจุกตัว
การผนวกกันในแนวดิ่ง อุปสรรคในการเขาสูตลาด
พฤติกรรม
ราคาคาบริการ คาโฆษณา
การกําหนดเน้ือหารายการ การกีดกันการแขงขัน
ผลลัพธ
กําไรของผูประกอบการ ความหลากหลายของเนื้อหา รายการและความคิดเห็น
▇▇▇
▇▇▇ปองกันการผูกขาดและการกํากับดูแล นโยบายตอสถานีของ▇▇▇ ▇▇▇ซื้อโฆษณาของ▇▇▇
▇▇▇อุดหนุนสื่อโดยรัฐ
มาตรการดานโครงสราง มาตรการดานพฤติกรรม
ที่มา: Viscusi ▇▇.▇▇. (1995)
การกําก
แมความลมเหลวของตลาดจะทําใหรัฐมีเหตุผลในการเขาไปแทรกแซงตลาดสื่อก็ตาม ดูแลโครงสรางดังกลาวจําตองอยูในขอบเขตท่ีเหมาะสม โดยจํากัด▇▇▇เพียงเพื่อตอบ
▇▇▇▇วตถุประสงคของส คมเทานน้ั และควรเลือกใชม าตรการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มขอี ดีเหนอื มาตรการ
อ่ืนๆ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กันไดเทานั้น เน่ืองจากการกํากับดูแลโครงสราง▇▇▇▇▇เหมาะสม อาจยิ่งทํา
ใหกลไกตลาดลมเหลว ▇▇▇▇▇▇▇ผูกขาดในตลาดส่ื▇▇▇▇▇▇▇▇ข และ▇▇▇▇▇▇▇ กลุมผลประโยชนเขา
มาครอบงําหนวยงานกํากับดูแล นอกจากน้ี เมื่อพัฒนาการทางเทคโนโลยี และปจจัยแวด ลอมอ่ืนๆ เปลี่ยนแปลงไป ความจําเปนในการตองกํากับดูแลโครงสรางของตลาดสื่อก็อาจ เปลี่ยนแปลงไปดวย
1.2 มาตรการกํากับดูแลทางโครงสราง
มาตรการในการกําก
ดูแลเชิงโครงสร
งประกอบไปดวยมาตรการ 2 กลุมใหญคือ
1) การกํากับดูแลความเปนเจาของและการควบคุมสื่อ (ownership and
control) ท
ในสวนของการจํากัดการถือครองสื่อโดยผ
ือหุนแตละราย การ
ถือครองสื่อโดยชาวตางชาติ และการถือครองข การและเง่ือนไขในการออกใบอนุญาต
มสื่อ ตลอดจน กระบวน
2) นโยบายและมาตรการการแขงขัน (competition policy) หรือ การตอต น
การ▇▇▇▇▇▇ ▇▇น การควบคุมผูประกอบการท่ีมีอํานาจเหนือตลาด หรือการ กํากับดูแลการควบรวมกิจการ ซ่ึงจะมีผลตอโครงสรางและพฤติกรรมของ ส่ือดวย
ทังนี้ มาตรการในกลุมแรกถือเปนมาตรการท่ีเก่ียวของกับตลาดของสื่อโดยเฉพาะ สวน
มาตรการในกลุมที่สองเปนมาตรการที่ม ใช ําหรับธุรกิจอ่ืนๆ เปนกา รท่ัวไปดวย
1.3 การกํากับดูแลความเปนเจาของและการควบคุมส่ือ
ความเปนเจาของและการควบคุม (ownership and control) เปนประเด็นสําคญในการ กําหนดโครงสรา งตลาดสื่อ ความเปนเจาของมีความเกี่ยวของกับการควบคุม กลาวคือ ผูท่ีถือ หุนในกิจการหน่ึงๆ ในปริมาณที่มากพอเชนรอยละ 20 ยอม▇▇▇▇▇▇ควบคุมการบริหารธุรกิจน้นั
ไดในทางใดทางหนึ
เชน ควบคุมผานต
แทนของตนในคณะกรรมการ (board of director)
ของบริษัทที่ประกอบกิจการนั้น
แนวคิดในการกําหนดกฎเกณฑเรื่องความเปนเจาของและการควบคุมส่ือแพรภาพ
กระจายเสียงนั้นเริ่มตนจาก▇▇▇▇▇▇▇▇▇วาสื่อเปนสถาบ ทมอี่ี ิทธิพลตอการรับรขอู มลขาวู สารของ
ประชาชนเปนอยางมาก เจาของหรือผ วบคุมสื่อซง่ึ ▇▇▇▇▇▇กําหนดทิศทางในการนําเสนอเนื้อ
หาของสื่อจึงมี▇▇▇▇▇▇▇ในการชี้นําสังคมได ดังน หากบุคคลกลุมใดกลุมหนง▇▇▇▇ มารถครอบ
ครองหรือควบคุมสื่อจํานวนมาก สังคมก็อาจจะไมไดรับการเสนอขาวสารอยางรอบดาน นั่นก็คือ
การขาดความหลากหลายในด
นความเปนเจ
ของอาจนําไปสูการขาดความหลากหลายในดาน
เนือหาได การกํากับดูแลความเปนเจาของและการควบคุมส่ื▇▇▇▇เปนมาตรการหนึ่งท่ีมุงสราง หลกั ประกันในความหลากหลายของเนื้อหา
ในทางปฏิบัติ การกํากับดูแลความเปนเจาของและการควบคุมอาจดําเนินการไดโดยทั้ง
การจํากัดสัดสวนสูงสุดของการถือหุนผ
ือหนแตละราย การจํากัดไม▇▇
▇วตางชาติถือครอง
กรรม▇▇▇▇▇ในส่ือ การจํากัดการถือครองกรรมสิทธ ไปนี้
1.3.1 การควบคุมการถือหุนโดยบุคคลแตละราย
บางประเทศมีกฎเกณฑในการกํากับดูแลที่ห
ามสื่อ ดังที่จะวิเคราะหในรายละเอียดดังตอ
มบุคคลหนึ่งๆ ถือหุนหรือควบคุมธุรกิจสื่อ
เกินกวาสัดสวนท่ีกําหนด เชน ไมเกินรอยละ 25 ทังนีเพื่อปองกนมิใหผูถอหุนดังกล วมอี ํานาจ
ในการช ําการดําเนินการของกองบรรณาธิการสือให▇▇▇▇▇อํ สารสนเทศไปในทิศทางท่ีตน
ตองการจนอาจมี▇▇▇▇▇▇▇เหนือสังคมไดมากเกินไป อยางไรก็ตาม มาตรการดงั กลาวก็มี ขอเสียกลาวคือ อาจทําใหการบริหารจัดการธุรกิจมีความยากลําบาก เพราะไมมีผูถือหุนรายใด เลยท่ี▇▇▇▇▇▇ควบคุมการดําเนินการของฝายบริหารได และมีตนทุนสูงในการท่ีผูถือหุนแตละ รายจะ▇▇▇▇▇▇รวมมือกนในการกํากับดูแลกิจการ ซึ่งอาจทําใหกิจการประสบความลมเหลวใน ทางธุรกิจ
มาตรการ▇▇▇▇▇▇เปนทางเลือกในการ▇▇▇▇▇วตถประสงคในการปองกนั การท่ีฝายบริหาร แทรกแซงการดําเนินงานดานเนื้อหาของกองบรรณาธิการ ในขณะท่ียัง▇▇▇▇▇▇กํากับดูแลกิจ การก็คือ หนึ่ง การไมมีขอจํากัดในดานการถือหุนของผูถือหุนแตละราย แตสรา งกฎและวัฒน ธรรมขององคก รในการแยกการดําเนินการของกองบรรณาธิการใหเปน▇▇▇▇▇จากฝายอื่นๆ เชน
ฝายการตลาด ฝายบริหารและผ ือหนุ หรอื สอง ยอมรับวาเปนการยากท่ีจะปองกนมิใหเจา
ของกิจการมี▇▇▇▇▇▇▇ในการดําเนินการของส่ือ และหนไปใชขอกําหนดในการหามมิใหผูประกอบ การแตละรายถือหุนในส่ือจํานวนมากแทน ตวอยา งของมาตรการดังกลาวไดแก การหามเปน เจาของสถานีโทรทัศนเกินกวา 1 ชองท่ีใหบริการในพื▇▇ ▇▇▇เดียวกัน
1.3.2 การจํากัดการถือครองโดยตางชาติ (Foreign ownership control)
วตถุประสงคหลักในการกําหนดขอจํากัดการถือครองธุรกิจส่ือโดยชาวตางชาติคือ การ ปองกนไมใหชาวตางชาติ▇▇▇▇▇▇เขามามี▇▇▇▇▇▇▇ตอนําเสนอขาวสาร ซึ่งจะนําไปสูการครอบงํา
แนวคิดด
นเศรษฐกิจ ส
คมและวัฒนธรรมของคนในชาติ หรือนําเสนอเนือหาที่ขัดตอวัฒนธรรม
ของคนในชาติ นอกจากนี้ กิจการของคนตางด วอาจมีขนาดของธุรกิจใหญกวาและมคี วาม
▇▇▇▇▇▇ในการแขงขันมากกวาจนทําใหผูประกอบการในประเทศไม▇▇▇▇▇▇อยูรอดได มาตร การเพื่อ▇▇▇▇วตถุประสงคด ังกลาวในทางปฏิบัติคือ การหา มชาวตางชาติไมใหมีความเปนเจา ของในธุรกิจส่ือเลย หรือใหเปนผูถ ือหุนขางนอย ตลอดจนจํากัดสัดสวนกรรมการท่ีเปนชาว ตางชาติ
ในทางตรงกันขาม การอนุญาตใหชาวตางชาติ▇▇ ▇▇ถือหนในธุ ุรกิจสื่ออาจมผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇
ประการ เชน การสงเสริมใหเ กิดการลงทุนในธุรกิจสื่อมากขึน้ การไดรับประโยชนจากการถาย ทอดเทคโนโลยีสมัยใหม การลดตนทุนในการใหบริการจากการ▇▇▇▇▇▇▇ขายในการใหบริการขนาด ใหญ (economy of scale) และการไดรบขาวสารและมุม▇▇▇▇▇▇แตกตางจากขาวสารและมุมมอง
ในประเทศ ซึ่งจะเปนประโยชน ของส่ือใน▇▇▇▇▇▇
▇กในกรณีของประเทศที่รัฐ▇▇▇▇▇▇ควบคุมการเสนอขาวสาร
ในกรณี▇▇▇▇▇มีการจํากัดการถือหุนของชาวตางชาติ มาตรการหน่ึงในการกํากับดูแลสื่อ
ใหเสนอเน หาในทางท่ีต▇▇▇▇▇▇▇คือ การกํากับดูแลดานเนอห้ื าโดยตรง แทนการกํากับดูแล
โครงสราง เชน การกําหนดสัดสวนขันตํ่าของเน้อหาที่ผลิตในประเทศ หรือการจดั เรตต หาเพ่ือปองกนั การเผยแพรเนือหา▇▇▇▇▇พึงประสงคในเวลาที่กําหนด เปนตน
1.3.3 การถือครองขามส่ือ (Cross ownership)
ของเนื้อ
การถือครองขามสื่อ (cross ownership) เปนประเด็นท่ีสําคญและมีการถกเถียงกันมาก ในการกํากับดูแลส่ือ วตถุประสงคของการกําหนดเกณฑในการถือครองขามสอื่ ก็เพื่อต▇▇▇▇▇สง เสริมใหเ กิดความหลากหลายของขอมูลและความคิดเห็น (source of information and opinion) ที่นําเสนอในส่ือและปองกันการกระจุกตัวขามส่ื▇▇▇▇มากเกินไป ตวอยางของมาตรการควบคุม
การถือครองข มส่ือก็คือ การหามมิใหผ ูประกอบการสื่อสิ่งพิมพเปนเจาขอ งสถานีวิทยหรอโืุ ทร
ท น หรือการห มผ
ระ▇▇▇▇▇▇โทรท
นไปประกอบการโทรท
นแบบเคเบิ้ล เปนต 1
1 ผู▇▇▇▇▇▇▇▇▇บางรายเรยกขอหามในกรณีแรกวา cross-media ownership และกรณีหลงวา cross-sector ownership
การถือครองข มสื่อมทงผล้ัี ดีและผลเสีย ผลดีจากการถือครองขามสื่อมหลี ายประการ ท่ี
สําคัญก็คือ ทําให▇▇▇▇▇▇▇ประหยัดจากขอบเขตการดําเนินการ (economy of scope) เชน ▇▇▇▇▇▇ใชทีมขาวเดียวในการสนับสนุนส่ือโทรทัศน วิทยุ หนังสือพิมพในเครือเดียวกนั เปนตน ในบางประเทศจึงกําหนดเง่ือนไขใหผูประกอบ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ถือครอง▇▇▇▇▇▇▇▇ประเภทพรอมกันได เชน ในประเทศเยอรมัน เฉพาะผูประกอบการหนังสือพิมพท่ีมีอํานาจเหนือตลาดในพื้นที่เทา▇▇▇▇ ▇▇▇จะไมไดรับอนุญาตใหถ ือหุนในบริษัทแพรภาพกระจายเสียงในพื้นที่นัน้
อยางไรก็ตาม การถือครองขามส่ื▇▇ ▇▇ใํ หมคี วามเสี่ยงตอการเกิดความไมหลากหลาย
ของเน หาและความคิดเห็นในสื่อ เนอ่ื งจากขาดความหลากหลายของแหลงทมาขอ่ี งขอม▇▇
การจะพิจารณาวา ควรมีขอจํากัดในการถือครองขามส่ือหรือไมนั้น จึงตอง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ดีและ
ผลเสียเหลานี้ประกอบกัน โดยตองวิเคราะห ิทธิพลของ▇▇▇▇▇▇ละประเภทหรือแตละรายตอผู
บริโภคขาวสาร ซึ่งอาจตองเก็บขอมูลพฤติกรรมของผูบริโภควา ผูบริโภคแตละกลุมบริโภคขาว สารจากแหลงใด ในทางปฏิบัติ ผูบริโภคแตละกลุมอาจมีพฤติกรรมในการใชสื่อท่ีแตกตางกัน
เชน ผูบริโภคบางกลุมอาจใชสื่อโทรทัศนและวิทยุในการรับร าวสารที่รวดเร็ว และใชส ื่อสิ่งพิมพ
ในการบริโภคขาวสารในเชิงลึก ในขณะท่ีผูบริโภคอีกกลุมหนึ่งอาจใชสื่อโทรทัศนเพ่ือความ
บันเทิง แตอานหน สือพมพิ เมอต่ื ▇▇▇▇▇ติดตามขาว▇▇▇ ▇▇กระทบจากการถือครองขามสื่อยงั
ขึน▇▇▇กับสวนแบงทางตลาดของผูประกอบการที่ถือครองขามสื่อน กลาวคือ ความเสี่ยงจาก
การสูญเสียความหลากหลายของความคิดเห็นจะมีไมมากนกั หากผูประกอบการที่ถือครองขาม ส่ือเปนผูประกอบการรายเล็กท่ีมีสวนแบงตลาดนอย
ผลกระทบของการถือครองข มสื่อตอความหลากหลายในการรบรขาวู สารจึงไม
▇▇▇▇▇▇สรุป▇▇
▇ยตัววาจะเกิดขึนในทิศทางใด ผลกระทบด
กลาวยงขึ้น▇▇▇กับพัฒนาการทาง
เทคโนโลยี และความแพรหลายของส่ือทางเลือกใหมๆ เชน อินเทอรเน็ตอีกดวย กลาวคือ หาก
สื่อทางเลือกมีระด ความแพรหล ายสูง และไมถ กควบคุมโดยผูประกอบการสื่อกระแสหลัก
ความเสี่ยงจากการถือครองขามสื่อก็จะลดนอยลงไปดวย
1.4 การออกใบอนุญาต (Licensing)
การออกใบอนุญาต (licensing) เปนเคร่ืองมือสําคัญในการกําหนดโครงสรางตลาดสื่อ วิทยุและโทรทศั น เนื่องจาก▇▇▇▇▇▇ควบคุมจํานวนของผูประกอบการในตลาด กําหนดวาผ ประกอบการจะ▇▇▇▇▇▇เปนเจา ของและควบคุมสื่อไดม ากเพียงใด ถือครองขามสื่อไดหรือไม ซึ่ง
ขึ้นกบนโยบายของรัฐในการใชประ▇▇▇▇ ▇กคลื่นความถี่ และนโยบายสงเสรม▇▇▇ รแขงขน▇▇▇
ตลาดส่ือ นอกจากนี้ การออกใบอนุญาตยัง▇▇▇▇▇▇ใชเปนเครื่องมือในการกํากับดูแลการ ดําเนินงานของกิจการแพรภาพกระจายเสียง นอกเหนือไปจากกฎ▇▇▇▇▇▇▇ตางๆ ที่มี▇▇▇แลว
เน่ืองจากหนวยงานกํากับดูแล▇▇▇▇▇▇กําหนดเงื่อนไขตางๆ ในการประกอบการเพิ่มเติมในใบ อนุญาตไดเชน การกําหนดลกษณะของรายการ การกําหนดขอกําหนดดานจรรยาบรรณและ กฎเกณฑอื่นๆ ที่ผูไดร บใบอนุญาตจะตองปฏิบัติตาม
จากที่กลาวมาขางตน จะเห็นวา การออกใบอนุญาต▇▇▇▇▇▇ใชเปนเครื่องมือในการ กํากับดูแลดงตอไปนี้
1. การกําหนดโครงสรา งตลาด โดยเฉพาะการกําหนดจํานวนผูประกอบการ ทังนี้
เน่ืองจากจํานวนผูประกอบการจะขึ้นอยู ับจานวํ นใบอนุญาตที่ออก
2. การจัดสรรทรัพยากร▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เชนคล่ืนวิทยุอยางเปนธรรมและมี▇▇▇▇▇▇▇▇ ภาพ โดยคํานึง▇▇▇▇▇▇ใชประโยชนในดา นตางๆ และการสงเสริมการแขงขันใน ตลาดสื่อวิทยุและโทรทัศน
3. การกํากบั ดูแลบริการสาธารณะ เชน การกําหนดภาระในการใหบริการอยางท่ัว ถึง โดยกําหนดกฎเกณฑในการกํากับดูแลในเง่ือนไขใบอนุญาต
4. การสรางรายไดใหแ กภาครัฐ หรือหนวยงานกํากับดูแล จากคาธรรมเนียมใบ อนุญาตหรือคาธรรมเนียมในการใชคลื่นความถี่
5. การกํากับดูแลดานจรรยาบรรณและการค จําเปนไวในใบอนุญาต
ครองผูบริโภค โดยกําหนดเงื่อนไขที่
6. การสรางหลักประกันใหแกผูประกอบการและนักลงทุน โดยการบรรจุเง่ือนไขใน การคุมครองการประกอบการไวในใบอนุญาต
การออกใบอนุญาตจึงเปนหวใจในการกําก ดูแลการประกอบการ ในหัวขอน้ี ผูวิจย▇▇▇
กลาว▇▇▇▇▇▇ออกใบอนุญาตเฉพาะในสวนที่เกี่ยวของกบประเด็นดานโครงสราง โดยจะวิเคราะห
ใน 3 ประเด็นคือ การแบงประเภทในอนุญาต เงื่อนไขที่ม การในการออกใบอนุญาต
1.4.1 การแบงประเภทของใบอนุญาต
บรรจุลงในใบอนุญาต และกระบวน
เรา▇▇▇▇▇▇▇▇งประเภทของใบอนุญาตไดทัง้ การแบงตามลักษณะการประกอบกิจการ และการแบงตามลักษณะการพิจารณาใหใบอนุญาต ในดานการแบงตามลักษณะการประกอบ กิจการ ประเทศสวนใหญจะแยกประเภทบริการดังตอไปนี้
▪ ใบอนุญาตประกอบกิจการเชิงพาณิชยโดยท่วไป ซ่ึงหมาย▇▇▇▇▇▇ประกอบ กิจการวิทยุหรือโทรทัศนโดยไมตองบอกรับสมาชิก
▪ ใบอนุญาตประกอบกิจการเชิงพาณิชยแบบบอกรับสมาชิก โดยอาจแบง แยกยอยออกเปนใบอนุญาตสําหรบโทรทัศนระบบเคเบิล้ หรือระบบ ดาวเทียม
▪ ใบอนุญาตประกอบกิจการสาธารณะ ซ่ึงในบางประเทศจะแยกออกมาตาง หากและมีกฎหมายการประกอบกิจการสาธารณะโดยเฉพาะ
▪ ใบอนุญาตประกอบกิจการชุมชน เชนใบอนุญาตสําหรับวิทยุชุมชน
ทั้งนี้ กฎหมายมักกําหนดหลักเกณฑ เง่ือนไข วิธีการประกอบการและขั้นตอนการขอใบ อนุญาตที่แตกตางกันตามประเภทของการประกอบการ อยางไรก็ตาม บางประเทศเชน
มาเลเซียเลือกใชวิธีไมแยกประเภทบริการตามลักษณะด กลาว ดวยความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ า พัฒนาการ
ทางเทคโนโลยีในปจจุบันทําใหเกิดปรากฏการณที่เรียกวา “การหลอมรวมสื่อ” (media convergence) ซึ่งทําใหการแบงประเภทของบริการตามแนวตง้ ออกจากกันในลกษณะดังกลาว ขางตนเปนส่ิง▇▇▇▇▇มีความหมายอีกตอไป มาเลเซียไดเปล่ียนประเภทใบอนุญาตโดยแบง ประเภทใบอนุญาตตามแนวนอนออกเปน ใบอนุญาตใหบริการโครงสรางพื้นฐาน (facility license) เชน เสาหรือหอคอย ใบอนุญาตใหบริการโครงขาย (network license) ใบอนุญาตการ ใชโครงขาย (application license) และใบอนุญาตใหบริการเนื้อหา (content license) เปนตน2
สวนการแบงใบอนุญาตออกตามลักษณะการพิจารณาใหใบอนุญาต ▇▇▇▇▇▇▇▇ง
ออกไดเปน 3 ประเภทหล คือ
1. ใบอนุญาตเฉพาะตัว (individual license) เปนใบอนุญาตที่ผูประกอบ การจะไดรับก็ตอเม่ือผานกระบวนพิจารณาเปนรายๆ ไป ใบอนุญาตใน ลักษณะนี้เหมาะกับการประกอบการที่ตองใชทรัพยากรที่มีจํากัด เชน ใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศนโดยท่วไป
2. ใบอนุญาตเปนกลุม (class license) เปนใบอนุญาตที่จะออกใหแกผู ประกอบการทุกรายท่ีผานเกณฑคุณสมบัติที่หนวยงานกํากับดูแล กําหนดไวลวงหนา โดยไมตองผานกระบวนการในการคดั เลือกเปน รายๆ ใบอนุญาตในลักษณะนเี หมาะสมกับการประกอบกิจการ▇▇▇▇▇ ใชทรัพยากรที่มีจํากัดเชน ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศนแบบเค
เบ เปนตน
3. ใบอนุญาตแบบแจงให ราบ (notification) เปนใบอ นญุ าตท่ีผูประกอบ
การไดรับทันทีที่แจ ความจํานงในการประกอบการใหแกหนวยง าน
กํากับดูแล ซ่ึงเหมาะกับกิจการ▇▇▇▇▇ตองมีการกํากบั ดูแลมาก เชน ใบ อนุญาตสําหรบบริการเสริม (value-added service) ตางๆ เปนตน
2 ดู ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇ (2545ก)
1.4.2 กระบวนการในการออกใบอนุญาต
กระบวนการออกใบอนุญาตเปนขันตอนที่มีผลตอการไดมา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ประกอบการ ดัง น กระบวนการออกใบอนุญาตจึงตองกระทําอยางเปดเผย โปรงใส และการพิจารณาใบอนุญาต
จะตองเปนไปตามหลักการ▇▇▇▇▇ประกาศไวลวงหนา ท นการ▇▇▇▇ กใบอนญุ าตท่ีโปรงใ สจะทําให
การจดสรรทรัพยากรมีประสิทธิภาพ มีรายไดเขารัฐมาก และสร งความมั่นใจแกนกั ลงทุน การ
ศึกษาท่ีผานมาของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇และ▇▇▇▇▇ (2546ข) ชี้วา แนวทางหนึ่งที่เหมาะสมในการจดสรรใบ อนุญาตประกอบการเชิงพาณิชยในกรณีท่ีมีการใชทรัพยากรที่มีอยูจํากัดคือ การประมูลคล่ืน ความถี่หรือการประมูลใบอนุญาต เนื่องจากเปนวิธีท่ีมีความโปรงใส คํานึงถึงความคุมคา ความ
ขาดแคลน และประโยชนสาธารณะมากกวาวิธีอื่นๆ เชน การจัดสรรใบอนุญาตให กผูทยนขอ่ื่ี
กอน (first-come-first-serve) การจัดสรรโดยค
evaluation) หรือการจัดสรรแบบสุม (random)
เลือกจากการเปรียบเทียบ (comparative
กระบวนการออกใบอนุญาตท่ีโปรงใสจะตองมีการประกาศลวงหนาอยางชัดเจนเก่ียวกับ
กฎเกณฑเชน รายละเอียดขันตอนการยืนขอ กฎเกณฑด
น▇▇▇▇▇บ
ิ (pre-qualification
criteria) และกฎเกณฑการคัดเลือก (selection criteria) ท้งน กฎเกณฑดานคุณสมบัติจะ
กําหนดเงื่อนไขข
ต่ําที่ผูประกอบการจะมี▇▇▇▇▇ในการเขารวมในกระบวนการค
เลือกตอไป ซ่ึง
โดย▇▇▇▇แลวเปนข กําหนดทางดานความ▇▇▇▇▇▇ทางการเงินและเทคนคิ และอาจมเงอนไขื่ี
ดานอื่นเชน การไมเปนเคยเปนผูละเมิดกฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการประกอบกิจการแพรภาพกระจายเสียง
สวนกฎเกณฑในการค เลือกอาจมหลี ายวิธี ▇▇▇ การคัดเลือกโดยผานกระบวนการแขงขนเชั น
การประมูล หรือ การคัดเลือกจากการเปรียบเทียบ (comparative evaluation) เปนต
นอกจากนี้ กระบวนการออกใบอนุญาตที่โปรงใสควรมีการรับฟงความคิดเห็นสาธารณะ
(public consultation) ทังนี้ หนวยงานกํากับดูแลควรจ ใหมกาี รรบฟงความคิดเห็นจากฝาย
ตางๆ กอนการออกใบอนุญาต การรับฟงความคิดเห็นสาธารณะจะชวยใหหนวยงานกํากับดูแล
ทราบถึงความคิดเห็นโดยตรงทั้งจากผูท ี่กําลงยืนขอรบใบอนุญาต ผ ระ▇▇▇▇▇▇รายเกา ผ
บริโภคและกลุมอื่นๆ ในส คม▇▇▇▇▇▇ไดรบผลั กระทบ ซงึ่ ทาใํ หหนวยง านกํากับดูแล▇▇▇▇▇▇นํา
ความเห็นเหลานีไปกําหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตใหเป▇▇▇▇ยอมรบของทุกฝาย▇▇ ▇ทส่ี ุด
1.4.3 เน หาในใบอนุญาต (Content of license)
เนือหาของใบอนุญาตประกอบกิจการแพรภาพกระจายเสียงมักจะประกอบดวยขอมูลทั่ว
ไปและเง่ือนไขเฉพาะที่ผ ับใบอนญุ าตตองปฏบตัิ ิตาม ▇▇▇
1. รายละเอียดท่ัวไปเก่ียวกับผ ับใบอนญุ าต
2. ข กําหนดทางดานเทคนิค
3. ขอกําหนดทางดา นเน้ือหา เชน ขอ กําหนดดานสัดสวนเนื้อหา หรือขอ กําหนดดานจรรยาบรรณ
4. รายละเอียดทางดานการเงิน และ
5. เง่ือนไขเฉพาะของผูรับอนุญาตแตละราย
ในประเทศที่พัฒนาแลวสวนใหญจะมีการกําหนดรายละเอียดในใบอนุญาตไมมากนัก
เน่ืองจากมีกฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการกํากับดูแลที่ช ▇▇▇อยแลู ว รายละเอียดในใบอนญุ าตจงเปนเพ▇ ▇▇▇
การระบุและอางอิงตวบทกฎหมาย ตลอดจนกฎเกณฑ ี่ผูขออนญุ าตในกิจการแตละประเภทตอง
ปฏิบัติตามเทาน อยางไร ก็ตาม ในกรณีของประเทศที่กําลงพฒ▇▇ ▇▇▇มคี วามจาเปํ นตอง
กําหนดรายละเอียดตางๆ ลงในใบอนุญาตมาก เน่ืองจากกฎ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จําเปนในการกํากับดูแล ยงไมไดรับการพัฒนาใหมีความชัดเจนเพียงพอ
1.4.4 นโยบายการแขงขัน (Competition policy)
ดังท่ีกลาวมาแลวขางตนวา ตลาดของกิจการวิทยุและโทรทัศนม ักมีโครงสราง▇▇▇▇▇เอื้อ อํานวยให▇▇▇▇▇▇▇แขงขันอยาง▇▇▇▇และเปนธรรม เนื่องจาก การมีอุปสรรคในการเขาประกอบการ ในตลาด จากความจํากัดของคลื่นความถี่ การประหยัดจากขนาด (economy of scale) และ มาตรการตางๆ ของรัฐ อุปสรรคดังกลาวทําใหผ ูประกอบการบางรายมีอํานาจเหนือตลาด ซึ่ง ▇▇▇▇▇▇มีพฤติกรรมที่เปนผลเสียตอสังคมได เชน การปดก้นผูประกอบการรายอ่ืน การลดคุณ ภาพของรายการ การขึนราคาคาโฆษณา หรือคาสมาชิกในกรณีของโทรทัศนระบบบอกรบั สมาชิก เปนตน
จากเหตุผลดังกลาว นโยบายและกฎหมายการแขงข (competition policy and law)
จึงเปนมาตรการท่ีมีความสําคัญ ตัวอยางของมาตรการดังกลาวไดแก การควบคุมพฤติกรรมของ
ผ ระ▇▇▇▇▇▇รายใหญที่เรียกวา “ผูม ีอํานาจเหนือตลาด” (market dominant) ไมให▇▇▇▇▇▇ใช
อํานาจเหนือตลาดในการกีดกันการแขงขันหรือเอาเปรียบผูบริโภคจากพฤติกรรมตางๆ อยางไม เปนธรรมเชน กําหนดราคาสินคา หรือบริการสูงเกินไป บังคับขายพวง หรือกําหนดเงื่อนไขอื่นๆ
▇▇▇▇▇เปนธรรม นอกจากนี้ กฎหมายแขงขันทางการค โดยทั่วไปยงมกัั มขอี กําหนดที่เกี่ยวกับ
การควบรวมกิจการ (merger and acquisition) การสมคบกับผูประกอบการอื่นในการแขงขัน อยางไมเปนธรรมเชน สมคบกันกําหนดราคาสินคา (price collusion) หรือการกลั่นแกลงผู ประกอบการรายอื่น เปนตน
โดยท่วไปแลว มาตรการสงเสริมการแขงขนนีจะถูกใชรวมก กฎเกณฑกํากับดูแล
เฉพาะด น ▇▇▇ กฎเกณฑในการกํากับดูแลดานโครงสรา งดังทก่ี ลาวมาขางตน ความแตกตาง
ของมาตรการท สองกลุมก็คือ การกํากับดูแลมกั เปนม าตรการปองกัน (ex-ante measure) ใน
ขณะที่การสงเสริมการแขงขันมักเปนมาตรการเยียวยา ซึ่งจะใชเมื่อมีกรณีรองเรียน▇▇ ▇▇ (ex-
post measure) การดําเนินภารกิจทั้งสองควรมีความเชื่อมโยงและหนุนเสริมกัน ซึ่งหมาย
ความวา หากภารกิจทั้งสองแยก▇▇▇ในตางหนวยงานก หนวยง า▇▇▇▇เก่ียวของ ก็จาเปํ นตองรวม
มือกันเพ่ือใหกฎเกณฑการกํากับดูแลในกิจการสอด▇▇▇▇กับหลักการของการแขงขันที่เปนธรรม
ดวย ในทางปฏิบ ิ การแบงภารกิจในการสงเสรม▇▇▇ รแขงขน▇▇▇ ▇การกํากับดูแลกิจการวิทยุ
และโทรท นด านโครงสราง และการ▇▇▇▇▇▇งานระหวางหนวยง า▇▇▇▇เกี่ยวของ กบภารกิจดัง
กลาวจะแตกตางกนในแตละประเทศ เชน ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายการสื่อสาร
(Communications Act) กําหนดให FCC มีอํานาจรวมกับหนวยงานปองก การผูกขาดเฉพาะ
ในประเด็นการควบรวมกิจการเทาน ผูสนใจ▇▇▇▇▇▇▇▇ตัวอยางขอ งการแบงภารกิจในการสง
เสริมการแขงขันและการกํากับดูแลกิจการโทรคมนาคม ซึ่ง▇▇▇▇▇▇เทียบเคียงกับกิจการแพร ภาพกระจายเสียงไดจ าก เดือนเดนและเสาวลักษณ (2546)
2. ประสบการณของตางประเทศ
ในหัวขอนี้ ผูวิจยจะกลาวถึงมาตรการที่ประเทศตางๆ โดยเฉพาะประเทศพฒนาแลวซ่ึง เปนสมาชิกขององคก รเพ่ือความรวมมือทางเศรษฐกิจและการพฒนา (OECD) ใชในการกํากับดู แลดา นโครงสรางของกิจการแพรภาพกระจายเสียง โดยเฉพาะกิจการโทรทัศน ใน 4 ประเด็นที่
สําค
คือ
- ขอจํากัดในการถือครอง (ownership restriction) สื่อแพรภาพกระจายเสียง โดยคนในชาติ
- ขอจํากัดเรื่องการถือครองส่ือแพรภาพกระจายเสียงโดยชาวตางชาติ
- ขอจําก เรอง่ื การถือครองสื่อขา มสาขา (cross-sector ownership restriction)
ซ่ึงเก่ียวของกับการถือครองขา มสื่อแพรภาพกระจายเสียงตางประเภทกัน
- ขอจํากัดเรื่องการถือครองขามสื่อ (cross-media ownership restriction) ซึ่ง
เก่ียวของก สิ่งพิมพ
การถือครองสื่อแพรภาพกระจายเสียงและสื่ออ่ืนๆ โดยเฉพาะส่ือ
ตารางที่ 2-5 สรุปขอจําก
ในการเปนเจ
ของและควบคุมส
แพรภาพกระจายเสียงใน
ประเทศสมาชิกของ OECD ใน 4 ประเด็นดังกลาวขางตน จากขอมูลในตารางดังกลาว ผูวิจัย
มีข สังเกตโดยภาพรวมและขอสังเกตตอขอจา▇▇ ▇ดในแตละดานดังตอไปน้ี
ประการท่ีหน่ึง ระดบและรูปแบบของการกํากับดูแลดานโครงสร งขึ้นอยกู บประเภทของ
บริการ (delivery platform) ที่เกี่ยวของ กลาวคือ กิจการโทรทัศนภาคพื้นดินแบบไมมีการบอก รับสมาชิก (free-to-air television) มกั จะ▇▇▇ภายใตกฎเกณฑการกํากับดูแลท่ีเขมงวดที่สุด เน่ืองจากเปนกิจการที่มีผลกระทบตอประชาชนกวา งขวางที่สุด
ประการที่สอง เร่ิมมีแนวโนมของการผอนเพลากฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการกํากบั ดูแลดานโครง สร งในธุรกิจแพรภาพกระจายเสียงในประเทศสมาชิกของ OECD บางประเทศ แตโดยรวมแลว
ประเทศสวนใหญก็ยังไมไดปลอยใหการประกอบการในธุรกิจด
กลาวดําเนินไปอยาง▇▇▇▇ท
หมด
เชน ในสหรัฐเอง FCC ซึ่งเปนหนวยงานกํากับดูแลไดทบทวนขอกําหนดในการถือครองสื่อ เมื่อ
เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 และเห็นวา แม าตลาดสื่อแพรภาพกระจ ายเสียงจะมพลวี ัตรสูง
และผูชมรายการมีทางเลือกมากข้ึนในรอบหลายปท่ีผานมา ชาวสหรฐั สวนใหญก็ยังใชสื่อแพร ภาพกระจายเสียงเปนหลักในการติดตามรับฟงขาวสาร FCC จึงไมไดผอนผันขอจํากัดในการ ถือครองสื่อลงจากอดีตมากนัก เนื่องจาก ยังมีความจําเป▇▇▇▇ตองรักษาความหลากหลายและการ แขงขันในตลาดไว อยางไรก็ตาม กระแสการเปด▇▇▇▇ทางการคาไดม ีสวนผลกดันให▇▇▇▇▇▇▇ ผอนเพลากฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการกํากับดูแลตลาดส่ือในบางประเทศเชน เชน ญี่ปุนไดยกเลิกขอจํากัด
ในการถือครองธุรกิจเคเบิ ▇▇▇ ีโดยชาวตางชาติ ในขณะที่เกาหลีใตยงไมไั ดยกเลิกขอจา▇▇ ▇ดใน
ลักษณะเดียวกันแตก็เริ่มผอนผอนเพลาความ▇▇▇▇▇▇ลง
ประการที่สาม แมวาธุรกิจโทรคมนาคมและธุรกิจแพรภาพกระจายเสียงจะมีความ คลายคลึงกนในหลายดาน การกํากับดูแลธุรกิจทัง้ สองในประเทศสมาชิกของ OECD ก็ยังมี ความแตกตางกนมากกลาวคือ ในธุรกิจโทรคมนาคม บางประเทศไดเร่ิมหนมาใชกฎหมายแขง
ข ทางการคาแทนข กําหนดในเฉพาะสาขาภายหลงจากการเปดเสรตี ลาดโทรคมนาคม ใน
ขณะที่ การกํากับดูแลโครงสรางธุรกิจแพรภาพกระจายเสียงยัง▇▇ใชมาตรการเฉพาะของสาขา
ธุรกิจนี้ตอไป ทั้งนี าจเนอ่ื งมาจาก ธุรกิจสื่อยงมแนวโนมใีั นการแขงขนนั อยกวาธุรกิจโทร
คมนาคม และการกําก ดูแลกิจการแพรภาพกระจายเสียงยังตองพจาร▇▇ ▇มิติทางความม่ันคง
ส คมและวัฒนธรรมดวยนอกเหนือไปจากการกํากับดูแลใหเกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจเพียง
อยางเดียวในธุรกิจโทรคมนาคม ขอยกเว▇▇▇▇พบในประเทศ OECD ก็คือ บางประเทศเชน เดนมารก ฟนแลนด ไอรแลนด ▇▇▇▇▇แลนด โปรตุเกส และสเปน ไดหันมาใชมาตรการ▇▇▇▇▇ กําหนดเงื่อนไขเฉพาะในการเปนเจาของธุรกิจสื่อแพรภาพกระจายเสียง ในขณะท่ีบางประเทศ เชน นอรเวยไมไดออกขอหามในการถือครองส่ือเปนการเฉพาะ แตใหหนวยงานท่ีเกี่ยวของ พิจารณาขอกําหนดในการถือครองสื่อเปนกรณีไป
ประการที่สี่ ปรากฏการณ “การหลอมรวมสื่อ” (media convergence) จากการปรับ เปล่ียนจากส่ืออนาล็อกไปสูส่ือดิจิตัล และการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ทีวีและโทรทัศนผานดาวเทียมมีความ
สําคัญมากข้ึน ทําใหการกํากับดูแลธุรกิจแพรภาพกระจายเสียง โดยเฉพาะเคเบ ▇▇▇ ี และโทร
ทัศนผ านดาวเทียม มีลกษณะบางประการคลายการกํากับดูแลดานโทรคมนาคม เชน มีการ กําหนดกติกาในการใชหรือเชื่อมตอโครงขาย (access to network) และมีการกํากับดูแลการใช กลองรับสัญญาณ (set-top box) และโปรแกรมอิเล็กทรอนิกส (electronic program guide) มากขึ้น เนื่องจากโครงขายและอุปกรณดังกลาวมีความสําคญตอการแขงขันในตลาด เพราะเปน ปจจัยที่จะกําหนดวาบริการใดจะ▇▇▇▇▇▇เผยแพรตอผูบริโภคได
2.1 ขอจํากดในการถือครองโดยคนในชาต
ขอจํากัดในการถือครองและควบคุมสื่อโดยคนในชาติ สวนใหญเปนขอจําก ในแนวราบ
(horizontal restriction) ซ่ึงมีจุดประสงคเพื่อปองกันมิใหมีผ ระ▇▇▇▇▇▇บางราย▇▇▇▇▇▇ถือ
ครองหรือควบคุมสื่อในตลาดหนึ่งๆ จน▇▇▇▇▇▇▇กระจุกตวในตลาดสื่อน้นั ซ่ึงทําใหส คมสูญเสีย
ความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็น เรา▇▇▇▇▇▇▇▇งขอจํากัดในการถือครองสื่อของ
ประเทศในกลุม OECD ออก▇▇ ▇มลกษณะของมาตรการดังตอไปนี้
1. มาตรการท่ีกําหนดสัดสวนหรือจํานวนของสถานีวิทยุหรือโทรท ▇▇▇▇
แตละราย▇▇▇▇▇▇ถือครองได เชน การหามไมใหแตละรายเปนเจาของ
สถานีโทรท นเ กินกวา 1 สถานี หรอวิื ทยเุ กินกวา 3 สถานีจากสถานี
ทังหมดไมเกิน 8 สถานีในเขตพืน้ ท่เี ดียวกัน (แคนาดา) หรือหาม เปนเจาของสถานีโทรทัศนมากกวา 1 แหงในพื้นที่เดียวกัน (สหรัฐ)
2. มาตรการที่กําหนดขอบเขตการรับชมรับฟงส่ือสูงสุดไวลวงหนา เชน
การห
ม▇▇▇▇▇▇ละรายครอบคลมพ
ที่เกินกวารอยละ 75 ของประเทศ
(ออสเตรเลีย) หรือใหบริการในพื้นที่ซ่ึงมีประชากรเกินกวา 4 ลานคน
(ฝร่งเศส) การห
(สเปน)
มเคเบิ้ลทีวีแตละรายมีสมาชิกเกินกวา 1.5 ลานคน
3. มาตรการที่กําหนดเพดานสวนแบงตลาดในดานผ▇▇ มหรือรายไดจ าก การประกอบการเม่ือเทียบกับสวนแบงตลาดทั้งหมด เชน การหามไม
ให ถานีโทรท นแตละแหงมสี วนแบงผู ชมเฉ▇▇▇ยตอปเ กินรอยละ 30
(เยอรม
) หรือ การหามสถานีโทรท
นมีราย▇▇
▇กคาโฆษณาและคา
รับชมเกินกวารอยละ 30 ของท อุตสาหกรรม (อิตาลี)
4. มาตรการที่อ งอิงหลกกฎหมายแขงขน▇▇▇ งการคา ▇▇▇ ใชหล ักเหตุผล
(rules of reason) ในการควบคุมการควบรวมกิจการ หรือ ควบคุม การใชอํานาจเหนือตลาดในทางไมชอบ (โปรตุเกส)
5. มาตรการ▇▇▇▇▇กําหนดขอจํากัด▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไวลวงหนา แต▇▇ ▇ลพนจ▇▇▇ ก
หนวยงานกํากับดูแลในการแทรกแซงตลาดไดเชน การที่ Media
Ownership Authority อาจแทรกแซงตลาดส่ือไดในกรณีท่ีบุคคลใดถือ ครองสื่อมากเกินไปในประเทศหรือในแตละพื้นที่ (นอรเวย)
มาตรการของบางประเทศยังอาจจํากัดขอบเขตการเปนกรรมการของแตละบุคคลไว เน่ืองจากผูท่ีเปนกรรมการ▇▇▇▇▇▇ควบคุมการดําเนินการของบริษัทที่ประกอบธุรกิจสื่อได เชน
ห มเปนกรรมการในสถานีโทรท นเ กินกวา 1 แหง (เดนมารก) นอกจากนี้ บางประเทศยงั
กําหนดสัดสวนสูงสุดในการถือห ในบริษัทแพรภาพกระจ ายเสียงท▇▇▇▇ ละบคคุ ล▇▇▇▇▇▇ถือครอง
ได เชน ไม▇▇▇▇▇▇ถือห เบิรก)
ไดเกินกวารอยละ 25 ของหุนทั้งหมดในบริษัท (กรีซและล
เซม
มาตรการเหลาน ีจดอุ อนและจดุ แข็งทแ่ ตกตางกัน ▇▇▇ม าตรการในกลุมท่ี 1 จะ
▇▇▇▇▇▇บงั คับใชไดงายกวามาตรการในกลุมที่ 4 หรือ 5 เน่ืองจากมีขอกําหนดที่ชดั ▇▇▇ตายตัว ซ่ึงนาจะเหมาะสมกับประเทศกําลังพัฒนาที่หนวยงานกํากับดูแลยังมีขีดความ▇▇▇▇▇▇▇▇สูงมาก หรือการบังคบใชกฎหมายยังไมมีความโปรงใสเพียงพอ สวนมาตรการในกลุมท่ี 2 ซ่ึงมุงเนน
จํากัดดานโครงสร
งลวงหน
ก็นาจะเปนมาตรการท่เหมาะสมกวามาตรการในกลุมที่ 3 ซึ่งมุง
เนนจํากัดผลประกอบการท่ีเกิดขึ
ในแงท่ี▇▇▇▇▇▇ตรวจสอบได
ายกวา
2.2 ขอจํากัดในการถือครองโดยชาวตางชาต
ประเทศสมาชิก OECD สวนใหญมีกฎเกณฑที่ห มการถือครองสื่อแพรภาพกระจ าย
เสียงโดยชาวตางชาติ มาตรการโดยทั่วไปมักมุงเนนจํากัดการถือหุนหรือการเปนกรรมการ
ของชาวตางชาติในบริษทสื่อ อยางไรก็ตาม การให ําจา▇▇ ▇ดความของ “ชาวตางชาติ” อาจแตก
ตางกันออกไปตามความตกลงทางการคาระหวางประเทศหรือความตกลงระหวางประเทศอื่นๆ เชน ประเทศในสหภาพยุโรปบางประเทศถือวา คนในสหภาพยุโรปไมถือเปนชาวตางชาติ ใน
ขณะที่สหราชอาณาจักรอนุญาตใหผ ือสญชาติของประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป (European
Economic Area) หรือนิติบุคคลท่ีจดทะเบียนในประเทศดังกลาวมี▇▇▇▇▇ในการขออนุญาต ประกอบกิจการส่ือในสหราชอาณาจักรได
นอกจากมาตรการด
นโครงสรางแล
บางประเทศเชน แคนาดา ออสเตรเลีย และ
เกาหลีใต ยังมีมาตรการกํากับดูแลดา นเนือหา โดยมีขอกําหนดสดสวนขั้นตํ่าของรายการท่ีผลิต ในประเทศ ในสหภาพยุโรปเอง ขอ กําหนดเรื่องโทรทัศนไรพรมแดน (The Television
Without Frontier Directive) ยังสงเสริมให
ถานีโทรท
นในสหภาพยุโรปสงวนเวลาในการนํา
เสนอรายการสวนใหญให กรายการท่ีผลิตในสหภาพยุโรป ในขณะท่ีบางประเทศเชน ฝรงเ่ั ศส
ยังมีนโยบายในการสงเสริมผูผลิตรายการ▇▇▇▇▇ในประเทศ นอกเหนือจากมาตรการตางๆ ท่ี กลาวมาแลวขางตน
2.3 ขอจํากัดเรื่องการถือครองขามส่ือ และการถือครองสื่อขามสาขา
เรา▇▇▇▇▇▇▇▇งขอจํากัดในการถือครองข มสื่อ (cross-media ownership restriction)
และการถือครองส่ือขามสาขา (cross-sector ownership restriction) ของประเทศตางๆ ในกลุม
OECD ออกไดตามลักษณะของมาตรการดงตอไปนี้
1. มาตรการที่ห มการถือครองโดยเด็ดขาด ▇▇▇ เจาของใบอนญุ าต
ประกอบกิจการโทรทัศนแบบบอกรบั สมาชิกไม▇▇▇▇▇▇เปนเจาของใบ อนุญาตประกอบกิจการโทรทัศนท่วไป และไม▇▇▇▇▇▇เปนผูถ ือหุนในสื่อ อื่นเกินกวา 2 ประเภท (กรีซ) หรือการที่ผูประกอบการแตละรายไม ▇▇▇▇▇▇ถือครองสถานีโทรทศั น วิทยุ และหนังสือพิมพในพื้นท่ีเดียวกนได (ออสเตรเลีย)
2. มาตรการที่หา มการถือครองแบบมีเงื่อนไข เชน หามเฉพาะผูประกอบการ ท่ีมีอํานาจเหนือตลาดถือครองส่ืออ่ืน เชน การหามผูประกอบการหนังสือ พิมพท ่ีมีอํานาจเหนือตลาดในพื้นที่ไมใหถือหุนในบริษัทแพรภาพ▇▇▇▇▇▇ เสียงในพื▇▇ ▇▇▇นั้น (เยอรมัน) หรือ การแบงตลาดออกเปนสวนยอยๆ เชน โทรทัศนภาคพนื ดิน วิทยุ และเคเบิ้ลทีวี-โทรทศั นผานดาวเทียม และ กําหนดให ในแตละตลาด ผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇แตละรายไม▇▇▇▇▇▇มีรายไดเกิน กวารอยละ 30 ของตลาดนั้น ทั้งน้ี ผูประกอบการแตละรายอาจประกอบ การไดในสองหรือสามตลาด หากไมมีรายไดเกินกวารอยละ 30 ในแตละ ตลาด (อิตาลี)
ความแตกตางของมาตรการในสองกลุมนีก้ ็คือ มาตรการในกลุมแรกมีล▇▇▇▇▇▇▇คอนขาง ตายตัว ทําให▇▇▇▇▇▇บงั คบใชไดงายกวามาตรการในกลุมที่สอง ในทางตรงกนขาม มาตรการ ในกลุมแรกอาจจํากดโอกาสในการประกอบการอยางมีประสิทธิภาพของผูประกอบการโดยไมจํา
เปน เชน ไมมีความเส่ียงจากการที่ผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇จะ▇▇▇▇▇▇ครอบงําความคิดของคนในส เนื่องจากเปนผูประกอบการรายเล็กท่ไมมีอํานาจเหนือตลาดเปนตน
คมได
3. การกําก ดูแลเชิงโครงสรางและสภาพปญหาในประเทศไทย
3.1 การกํากับดูแลเชิงโครงสรางในปจจุบัน
การถือครองและการควบคุม
โครงสรางของการถือครองสถานีวิทยุและโทรทัศนของประเทศไทยในปจจุบัน ขึน▇▇▇กับ แนวทางในการจัดสรรคล่ืนความถี่ของหนวยงานรฐแตละแหงท่ีใหอนุญาตหรือสัมปทานแกผู ประกอบการเอกชน เงื่อนไขในการใหอนุญาตหรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แตกตางไปตามหนวยงานรัฐ อยางไรก็ตาม การท่ีประเทศไทยยังไมมีกฎหมายท่ีกําหนดขอจํากัดในดานความเปนเจาของ สถานีวิทยุและโทรทศั นเปนการท่วไปหมายความวา ในปจจุบันยังไมมีขอจํากดั ในการความเปน เจาของของผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇แตละราย นอกจากเง่ือนไขที่ปรากฏอยูในใบอนุญาตหรือสัมปทาน
ของผูประกอบการ เชน เดิมสถานีโทรทัศนไอทีวี มีขอจําก ไวท ่ีรอยละ 10 เปนตน
การถือครองโดยชาวตางชาต
ในการถือหุนของผูถ ือหุนแตละราย
มาตรา 39 ของรฐ▇▇▇▇▇▇▇กําหนดใหเจาของกิจการหนังสือพิมพหรือสื่อมวลชนอื่นตอง
เปนบุคคลสญชาติไทยท น ามที่กฎหมายบญ▇▇▇▇ กฎหมายหนึ่งทเ่ี กี่ยวของ คือ พ.ร.บ.การ
ประกอบการของคนตางดาว พ.ศ. 2542 นั้น ใหคําจํากัดความของชาวตางชาติวาหมายถึง
1. บุคคลธรรมดาซ่ึงไมมีสัญชาติไทย
2. นิติบุคคลซึ่งไมไดจดทะเบียนในประเทศไทย
3. นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย และมีลักษณะดังตอไปนี้
(ก) นิติบุคคลซ่ึงมีหุนอันเปนทุนต แตกึ่งหนงของน▇▇▇▇ ิบคคุ ลนนั ถือโดย
บุคคลตาม (1) หรือ (2) หรือนิติบุคคลซ่ึงมีบุคคลตาม (1) หรือ (2)
ลงทุน▇▇▇▇▇คาตง้ แตกึ่งหนงึ ของทุนทั้งหมดในนิติบุคคลน้นั
(ข) หางหุนสวนจํากัดหรือหางหุ
สวนสามัญท่ีจดทะเบียน ซ่ึงห
สวนผ
จัดการหรือผูจัดการเปนบุคคลตาม (1)
4. นิติบุคคลซ่ึงจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งมีหุนอันเปนทุนตั้งแตกึ่งหนึ่ง ของนิติบุคคลนั้น ถือโดยบุคคลตาม (1) (2) หรือ (3) หรือนิติบุคคลซึ่งมี บุคคลตาม (1) (2) หรือ (3) ลงทุน▇▇▇▇▇คาต้งแตกึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดใน นิติบุคคลนัน้
ทังนี้ในทายบัญชีหนึ่งของกฎหมายดังกลาวไดกําหนดใหการทํากิจการหนังสือพิมพ การ ทํากิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือ สถานีวิทยุโทรทัศน เปนธุรกิจ▇▇▇▇▇อนุญาตใหค นตางดาว
ประกอบกิจการดวยเหตุผลพิเศษ นอกจากนี้ กฎกระทรวง ฉบ ท่ี 10 ทอ่ี อกโดยพระราช
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇วิทยุโทรทัศน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2530 ไดระบุ▇▇▇▇▇▇ขออนุญาต
ประกอบกิจการของคนตางด ววาใหเปนไปต ามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนตางดาวเชน
กัน จากขอกําหนดของกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนตางดาว ในปจจุบัน ชาวตางชาติจึง
ไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนตังแตครึ่งหนึ่งในกิจการวิทยุและโทรท นในประเ ทศไทยได
อยางไรก็ตาม กฎหมายการประกอบธุรกิจของคนตางดาวมีบทบัญญัติวา ในกรณีที่มี
กฎหมายอ่ืนกําหนดเรื่องการถือห การเปนหุนสวนหรอื การลงทุนของคนตางดาว การอนุญาต
หรือการหามคนตางดาวในการประกอบธุรกิจบางประเภท หรือกําหนดหล เกณฑเกี่ยวกับการ
ประกอบธุรกิจของคนตางดาวไว ใหใชบังคบตามกฎหมายดังกลาวแทน ซึ่งหมายความวา ตอ ไปหากมีการออกกฎหมายประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศนท่ีมีบทบัญญัติในการควบคุมการถือ หุนของชาวตางชาติในกิจการดังกลาวขึนมาเปนการเฉพาะ กฎเกณฑในดานความเปนเจาของ
ในกิจการวิทยุและโทรทัศนของชาวตางชาติ ก็จะขึน▇▇▇กับบทบัญญัติในกฎหมายด กลาวแทน
การสงเสริมการแขงขัน
กฎหมายที่เกี่ยวกับการสงเสริมการแขงขันของไทยในปจจุบันคือ พ.ร.บ.การแขงขันทาง การคา พ.ศ. 2542 ซึ่งมีมาตรการในการปองปรามพฤติกรรมการผูกขาดใน 4 ลักษณะคือ การ ใชอํานาจเหนือตลาด (abuse of dominance) การควบรวมธุรกิจ (merger) การกระทําการตก ลงรวมกัน (collusion) และ พฤติกรรมการคา▇▇▇▇▇เปนธรรม (unfair trade practice) ดังนี้
1. การใชอ ํานาจเหนือตลาด: มาตรา 25 ของกฎหมายดังกลาวมีวัตถุประสงค ในการควบคุมพฤติกรรมของผูประกอบการรายใหญที่มี “อํานาจเหนือ
ตลาด” ไมใหใชอํานาจในการจํากัดหรือกีดก การแขงขนั ซงเปนมึ่ าตรการ
ท่ีมีความจําเปนอยางย่ิงในกิจการแพรภาพกระจายเสียงซ่ึงมีแนวโนมท่ีจะมี ผูประกอบการรายใหญไมกี่รายในตลาด ทั้งนี้ การท่ีผูประกอบการราย หน่ึงรายใดมีอํานาจเหนือตลาดมิใชเปนการละเมิดมาตรา 25 โดยตวเอง
เวนแตจะใช ํานาจดังกลาวกระทําการดังตอไปน้ี
- กําหนดหรือรักษาระดับราคาซื้อหรือขายสินคาหรือคาบริการอยาง ไมเปนธรรม
- กําหนดเง่ือนไขในลักษณะท่ีเปนการบังคบโดยตรงหรือโดยออม อยางไมเปนธรรมใหผูประกอบธุรกิจอื่นซึ่งเปนลูกคาของตนตอง จํากัดการบริการ การผลิต การซื้อ หรือการจําหนายสินคาหรือตอง
จํากัดโอกาสในการเลือกซ้ือหรือขายสินคา การได หรือในการจัดหาสินเชื่อจากผูประกอบธุรกิจอื่น
ับหรือใหบริการ
- ระง ลด หรอจากํื ัดการบริการ การผลิต การซื้อ การจําหนาย การ
สงมอบ การนําเขามาในราชอาณาจ รโดยไมมเหตี ุผลอัน▇▇▇▇▇
ทําลายหรือทําใหเ สียหายซ่ึงสินคา เพื่อลดปริมาณใหต่ํากวาความ ต▇▇▇▇▇ของตลาด
- แทรกแซงการประกอบธุรกิจของผ ื่นโดยไมมเหตี ุผลอัน▇▇▇▇▇
2. การควบรวมธุรกิจ: การควบรวมธุรกิจ โดยเฉพาะในกรณีที่เปนการควบ รวมธุรกิจระหวางผูประกอบการสองราย▇▇▇▇▇▇แขงขัน▇▇▇ในตลาดเดียวกัน มักทําใหตลาดดังกลาวมีการแขงขันนอยลงหรือกลายเปนตลาด▇▇▇▇▇▇▇▇
เพ่ือปองกันการผูกขาดในลกษณะดังกลาว หนวยงานปองก การผูกขาด
หรือหนวยงานกํากับดูแลจึงควรพิจารณาผลกระทบท่ีเกิดขึ้น และอาจระงับ การควบรวมกิจการในกรณีท่ีเห็นวา การควบรวมธุรกิจจะทําใหการแขงขัน
ในตลาดลดลงอยางมีน สําคัญ มาตรา 26 ของ พ.ร.บ. การแขงขน▇▇▇ ง
การคา พ.ศ. 2542 หามมิใหผูประกอบธุรกิจกระทําการรวมธุรกิจ อนอาจ กอให▇▇▇▇▇▇▇ผูกขาดหรือความไมเปนธรรมในการแขงขัน ตามท่ีคณะ
กรรมการประกาศกําหนด เวนแตจะ▇▇ ▇▇▇▇ญุ าต อยางไร ก็ตาม ใน
ปจจุบันคณะกรรมการการแขงขันทางการคา ยังมิไดมีการกําหนดหลัก เกณฑท ่ีเกี่ยวของ ธุรกิจจึง▇▇▇▇▇▇ควบรวมกันไดโดยปราศจากการกํากับ ดูแลโดยรัฐ
3. การกระทําการตกลงรวมก : การกระทําการตกลงรวมกันระหวางผ
ประกอบการต้งแต 2 รายข้ึนไปอาจมีเหตุผลในการ▇▇▇▇▇ประสิทธิภาพทาง ธุรกิจ หรืออาจเปนพฤติกรรมการผูกขาดตลาดก็ได หนวยงานปองกันการ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตอง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เหตุผลในการทําความตกลงรวมกันในแต ละกรณี อยางไรก็ตาม การตกลงรวมกนในบางลักษณะถอเปนการจํากัด หรือกีดกันการแขงขันโดยตรงโดยไมมีขอยกเวนเชน การกําหนดราคารวม กัน (price fixing) และการรวมหวั กันในการประมูล (bid rigging) ใน
กรณีเหลาน หนวยง านปองกนั การผูกขาดโดยท่วไปจะ▇▇▇▇▇การกระทําดัง
กลาวเปนการละเมิดกฎหมายโดยตวของมนเอง หรือที่เรียกวา ใชหลักผิด โดยตัวมันเอง (per se rule) มาตรา 27 ของ พ.ร.บ. การแขงขันทางการ
คา พ.ศ. 2542 ได ําหนดลักษณะของการทําการตกลงรวมกันระหวางผ
ประกอบการต แต 2 รายขึ้นไป▇▇▇▇▇▇เปนกา รจํากัดหรอื กีดกันการแขงขนั
ทางการค ไวถึง 10 รปแบบู โดยกําหนดใหการทําการตกลงรวมกันใน 4
รูปแบบเปนการละเมิดกฎหมายโดยไมมีขอยกเวนคือ การกําหนดราคาขาย
สินค
หรือบริการหร
กําหนดปริมาณการขายรวมก
การกําหนดราคาซื้อ
สินค หรือบร▇▇▇ รหรือกําหนดปริมาณการซื้อรวมก ัน การตกลงรวมกัน
เพื่อเขาครอบครองตลาดหรือควบคุมตลาด และการตกลงกันในการประมูล หรือประกวดราคาสินคา หรือบริการ
4. การคา▇▇▇▇▇เปนธรรม: มาตรา 29 ของ พ.ร.บ. การแขงขันทางการคา พ.ศ.
2542 หามมิให ูประกอบธุรกิจกระทําการใดๆ อันมิใชกา รแขงขนโดย▇▇▇▇
อยางเปนธรรมและมีผลเปนการทําลาย ทําใหเ สียหาย ขัดขวาง กีดกัน หรือ จํากัดการประกอบธุรกิจของผูประกอบธุรกิจอื่น หรือเพ่ือมิใหผ ูอ่ืนประกอบ ธุรกิจ หรือตองลม▇▇▇▇▇▇▇ประกอบธุรกิจ จะเห็นวา มาตรา 29 ครอบคลุม การกระทําที่เปนการแขง▇▇▇▇▇▇▇▇เปนธรรมทุกประเภท ซึ่งหากมีพฤติกรรม ของผูประกอบการใด▇▇▇▇▇เขาขายความผิดในมาตรา 25-27 ก็อาจเขาขาย
ความผิดในมาตรา 29 ไดโดยไมตองมีการพิสจนวาผูกระทําด กลาวมี
“อํานาจเหนือตลาด” หรือไม อยางไรก็ตาม การใชมาตรานี้จะตองมีการ พิสูจนความเสียหายกอน ซึ่งแตกตางจากการใชม าตรา 25 ซ่ึงไมจําเปน ตองพิสูจนความเสียหายแตอยางใด
จะเห็นไดวา กฎหมายแขงขันทางการคามีบทบัญญัติสวนใหญในการควบคุมพฤติกรรม
ของผูประกอบการมากกวาการกํากับดูแลดานโครงสร งโดยตรง ยกเวนในสวนทเ่ี กี่ยวของกับ
การควบรวมกิจการดังท่ีกลาวมาขางตน อยางไรก็ตาม กฎหมายดังกลาวก็ยังมีปญหาในทาง ปฏิบัติหลายประการ เชน ยงไมมีการกําหนดนิยามของการมีอํานาจเหนือตลาดเปนการท่วไป และยงไมมีกฎเกณฑท่ีเก่ียวของกบธุรกิจท่ีจะตองขออนุญาตในการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ กฎหมายยังมีขอยกเวนในการบังคับใชตอหนวยงานรัฐ ทั้งหนวยราชการและรัฐวิสาหกิจ ซ่ึงทํา
ใหไม▇▇▇▇▇▇ควบคุมพฤติกรรมของหนวยงานรฐจ
นวนมากในตลาดวิทยุและโทรท
น ใน
กรณีที่หนวยงานดังกลาวมีพฤติกรรมท่ีกีดกันการแขงขัน
การออกใบอนุญาต
ในปจจุบัน ประเทศไทยยังไมมีระบบการใหอนุญาตการประกอบกิจการวิทยุและโทร ท นจ ากหนวยงานกํากบั ดูแลท่ีเปน▇▇▇▇▇ อยางไรก็ตาม พระราชบัญญัติวิทยุกระจายเสียงและ
วิทยุโทรทัศน (ฉบ
ท 4) พ.ศ.2530 ไดใหอํานาจกรม▇▇▇▇▇สัมพันธในการกําหนดหล
เกณฑ
วิธีการ เงื่อนไข ในการขออนุญาตแพรภาพกระจายเสียง (ท ทางคลื่นและสื่อตัวนาไฟฟํ า) ตลอด
จนมีหนาที่ในการกําหนดเงื่อนไขในการดําเนินการและควบคุมดานรายการ การโฆษณาและ
บริการธุรกิจ ลักษณะพึงประสงคทางเทคนิค กําหนด▇▇▇▇▇บ ิของผูทรบใบอนญุัี่ าตเปนผ ูจดั
รายการหรือดําเนินรายการ กําหนดเวลาใหสถานีทําการถายทอดรายการท่ีกําหนด การเพิก ถอนใบอนุญาต และการกําหนดคาธรรมเนียม คาดวา กฎหมายดังกลาวจะถูกยกเลิกไปเม่ือมี การออกกฎหมายการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศนฉบับใหมขึ้นมาแทน
ในด
นการจัดสรรคลื่นความถ่ีน
พระราชบัญญัติองคกรจัดสรรคลื่นความถี่ ไดกําหนด
ใหมีการจดตั้งคณะกรรมการการสื่อสารแหงชาติ (กสช.) โดยให กสช. มีหนาท่ีในการกําหนด นโยบายและแผนแมบทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน และแผนความถี่วิทยุ แผนแม บทการบริหารคลื่นความถี่ และตารางการกําหนดคล่ืนความถี่แหงชาติ ตลอดจนพิจารณาออกใบ อนุญาตและกํากับดูแลการใชคล่ืนความถ่ีเพื่อกิจการดังกลาว ทั้งนีการดําเนินการวางแผนการ ใชคลื่นความถ่ีจะเปนการดําเนินการรวมกบั คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแหงชาติ (กทช.)
3.2 สภาพป หาเชิงโครงสราง
รายงานการศึกษาโครงสร งสื่อวิทยและ▇▇ ทรทัศนในประเ ทศไทยโดย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ
ธนวิทย (2546ข) พบวาโครงสร งสื่อวิทยและ▇▇ ทรทัศนของไทยมปญหี าหลายประการดังน้ี
โทรทัศน
ในปจจุบนตลาดโทรท นในประเทศไทย ม▇▇▇ ประกอบการ 6 ราย โดยเปนการดําเนิน
การโดยรัฐ 3 ราย และเอกชนซึ่งรับสมปทาน 3 ราย ผ ระ▇▇▇▇▇▇ที่มสี วนแบงตล าดสูงสุดคือ
ชอง 7 และชอง 3 ซึ่งมีสวนแบงตลาดในระดับเกินกวารอยละ 25 ทั้ง 2 ชอง ทงั้ สองรายไดรบั
สัมปทานใหประกอบการไปจนถึงปพ.ศ. 2566 และปพ.ศ. 2563 ตามลําดับ
ลักษณะของการผลิตรายการโทรทัศนมีท
การผลิตเองโดยสถานี ซ่ึงได
กรายการขาว
สวนรายการบันเทิงมักเปนการจางบริษ
อื่นผลิต ท้งบริษัทในเครือ บริษัทที่เกี่ยวเนื่องก
หรือ
บริษัทผูผลิตรายการ▇▇▇▇▇ โดยมีลักษณะของสญญาทั้งสัญญาจางผลิต และสัญญาแบงเวลา
โฆษณา (time sharing) ตามสัดสวนที่ตกลง▇▇▇ ▇▇▇▇นี ึ ก ความเสี่ยงของรายการในการดึงดูด
ผูชม ลกษณะของสัญญาดังกลาวซ่ึงกําหนดโดยสถานีสะทอนใหเห็นถึงอํานาจตอรองของสถานี ท่ีมีเหนือผูผลิตรายการ และชีใหเห็นถึงความเปนไปไดในการใชอํานาจในการตลาดที่เหนือกวา ในการกําหนดเง่ือนไข▇▇▇▇▇เปนธรรมแกผูผลิตรายการ
พฤติกรรม▇▇▇▇▇ใหเห็นถึงอํานาจตอรองในระดบั สูงของผูประกอบการโทรทัศนรายใหญก็ คือ ความ▇▇▇▇▇▇ในการขึนอัตราคาบริการอยางตอเนื่องในระดบเฉ▇▇▇ยรอยละ 8.8-9.5 ตอปใน ระหวางป 2533-2546 ซ่ึงเปนระดับที่สูงกวาอัตราเงินเฟอของระบบเศรษฐกิจโดยรวมซึ่ง▇▇▇ใน
ระดบเฉ▇▇▇ยเพียงรอยละ 3.9 เปนอยางมาก นอกจากน การผนวกกนในแนวดิ่งทงใน▇▇▇ ▇ปแบบ
บริษัทในเครือหรือบริษัทท่ีเก่ียวเนื่องกนซึ่งเปนแนวโนมท่ีพบมากขึนตั้งแตชวงปลายป 2546
เปนตน▇▇ ▇▇▇เปนอุปสรรคในการเขาสูตลาดของผูผลิตรายการรายใหมอีกดวย
ในกรณีของสถานีโทรท
นของร
ปญหาสําคญประการหนึ่งในปจจุบันก็คือ การจัดสรร
เวลาใหเอกชนเขามารวมผลิตรายการดวยเปนระบบการแขงขันที่มีความโปรงใส ซ่ึงอาจเปดชอง วางใหมีการแสวงหาผลประโยชน หรือการใชสายสมพนธกบผูม ีอํานาจได
ผลลัพธของระบบโทรท นในประเ ทศไทยท่ีกลาวมาขางตนคือ การท่ีผูประกอบการโดย
เฉพาะผูประกอบการรายใหญมีผลตอบแทนสูงมาก ในขณะที่รายการมีความหลากหลายลด ลง และผูประกอบการรายใหมประสบปญหาในการเขาสูตลาด ซ่ึงทําใหประชาชนขาดการได รับขาวสารและความคิดเห็นที่หลากหลาย
โทรทัศนแบบบอกร สมาชิก
ตลาดโทรท นบอ กรบสมาชั ิกในประเทศไทยแบงเปน 2 ตลาดท่ีแตกตางกันคือ ตลาด
ระดบประเทศ ซึ่งในปจจุบนมีผูประกอบการรายเดียวคือ UBC และตลาดระดบ▇▇▇▇▇▇▇ ซึ่ง ประกอบไปดวยผูประกอบการ▇▇▇▇▇รับอนุญาต 78 รายและผูประกอบการอื่นๆ อีกประมาณ 160
ราย ท สองตลาดนี้ เปนต ลาดที่แยกขาดจากกัน อยางไร ก็ตาม ในชวงป 2546 พบแนวโนม
ท่ีบริษัท UBC ไดมุงจําหนายรายการของตนผานเครือขายของสถานีโทรทัศนบอกรบั สมาชิกใน ตางจังหวัดดวย
อุปสรรคในการแขงขันในตลาดในมุมมองของบริษัท UBC ได ก การที่สญญาสัมปทาน
หามการโฆษณา การที่รายการของบริษัทถูกละเมิดลิขสิทธ และการท่ีสัญญาสัมปทานมีขอ
จํากัดตางๆ ซึ่งทําใหบริษัทตองขออนุญาตจากรัฐกอนเปล่ียนแปลงใดๆ สวนอุปสรรคในการ ประกอบการในมุมมองของผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇รายเล็กไดแ ก การกําหนดคาสัมปทานซ่ึงคิดตายตัว
ตามจํานวนชอง ชองละประมาณ 20,000 บาท โดยไมคํานึงถึงพ ท▇▇▇▇ การประกอบการ ซงเปน่ึ
อุปสรรคในการเขาสูตลาดของผูประกอบการรายเล็ก การมีขอจําก ในการวางโครงขายในเขต
กรุงเทพ การไม▇▇▇▇▇▇ซื้อรายการจากตางประเทศ เนื่องจากผูประกอบการรายใหญทําสัญญา ท่ีมีลักษณะปด▇▇▇▇▇▇อ่ืน (exclusive)
ในมุมมองด นนโยบายสาธารณะ UBC ซงเปนผึ่ ูประกอบการรายใหญ ถอไดวาเปนผ
ประกอบการที่มีอํานาจเหนือตลาด (market dominance) ในความหมายตามหลักวิชาเศรษฐ
ศาสตร เนื่องจากเปนรายเดียวที่ประกอบการอย โดยมีสวนแบงตล าดรอยละ 100 ในตลาด
ระดบประเทศ ซ่ึงเปนตลาดที่มีอุปสรรคในการเขาสตลาดสูง และมีการแขงขันทางออม▇▇▇▇▇รุน
แรง บริษัทด กลาวจง▇▇▇ มารถขึ้นอัตราคาบริการไดอยางต อเนองโ่ื ดยจานวํ นสมาชิกไมล ดลง
ผูวิจัยยังพบพฤติกรรมในการแสวงหาผลประ▇▇▇▇
▇กผ
ริโภคในรูปแบบตางๆ ในชวงท่ีผานมา
เชน การลดจํานวนแพ็กเกจซ่ึงเปนการลดทางเลือกของผูบริโภค การเลือกปฏิบัติระหวาง สมาชิกรายเดิมและสมาชิกใหม การปรับยายรายการ▇▇▇▇▇รับความ▇▇▇▇เขาสูแพ็กเกจราคาแพง เปนตน ในชวงหลัง ยงมีรายงานขาวถึงพฤติกรรมอ่ืนๆ ท่ีมีลักษณะการใชอํานาจเหนือตลาด อีกเชน การทําสัญญาที่มีลักษณะปดกนั รายอื่น (exclusive) และการกําหนดราคาแบบเลือก
ปฏิบัติระหวางผูบริโภคในกรุงเทพและในตางจังหวัด ซึ่งทําให ูบรโภคในกรง▇▇▇ ทพเสียประโยชน
วิทยุ
ตลาดวิทยุในประเทศไทยเปนตลาดที่แตกเปนตลาดยอย (fragmented) กวา 520 สถานี ตามพื้นท่ี โดยมีทั้งผูประกอบการรัฐ และผูรับสัมปทานเอกชน อุปสรรคในการเขาสูตลาดวิทยุ ในประเทศไทยคือ ระบบสัญญาสมปทาน ซึ่งมีอายุสน้ มาก และมีความเส่ยงสูงเนื่องจากหนวย
งานภาครัฐ▇▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาได ายเดยว หรอในบางื กรณีก็ไมม ีสัญญาเลย นอกจากน
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇ซง่ึ สมปทานยังขาดความโปรงใสและแทบไมมมาตี รฐานในการคิดคาสัมปทาน
ซึ่งเอื้อตอระบบอุปถัมภและการคอรรปชั่น
การวิจยั ที่ผานมาพบวา ตลาดวิทยุเริมมีแนวโนมกระจุกตวั (concentration) สูงข้ึน ดัง จะเห็นไดจากสดสวนรายไดของผูประกอบการวิทยุ FM ในกรุงเทพ 3 รายใหญที่สุด▇▇▇▇▇ขึ้นจาก รอยละ 13 ของรายไดโฆษณาผานสื่อวิทยุทงั หมดในป 2542 เปนรอยละ 18 ในป 2544 นอก
จากน ยงมแนวโนมมีั ุงไปสูการเปนเครอขายวื ิทยระุ ดับประเทศ ซงจะช่ึ วยใหผ ูประกอบการ▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇ขายไดเปรียบในการหาโฆษณา และการลดต ทนในุ การผลิตรายการ ในขณะเดียวกัน
โครงสรางตลาดวิทยุก็มีการผนวกกันในแนวดิ่งกบธุรกิจที่เกี่ยวเน่ือง โดยเฉพาะธุรกิจเพลงมาก
ข เนื่องจากผูผลิตเพลง▇▇ ▇▇ประมูลคลื่นวิทยุ
รายงานการวิจัยที่ผาน▇▇▇▇▇พบดวยวา สถานีวิทยุที่ธุรกิจเพลงเปนผูดําเนินการมีแนว
โนมในการเปดเพลงในคายของ▇▇▇▇▇กวาสถานีท่ีเปนผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇อยางมีน สถิติ ซ่ึงนาจะเปนอุปสรรคในการเขาสูตลาดของผูผลิตเพลง▇▇▇▇▇
สําคัญในทาง
4. ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
ในหัวขอนี้ คณะผูวิจยจะนําเสนอขอเสนอแนะทางนโยบายในการกาก ดูแลโครงสร ง
ของสื่อวิทยุและโทรท
น โดยจะใหความสําคญต
การปรบปรุงกฎเกณฑในการกํากับดูแลจาก
กฎเกณฑท ี่มีอยูในปจจุบัน หรือท่ีกําลังดําเนินการ▇▇▇ เชน การรางกฎหมายการประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน
4.1 กฎเกณฑในดานความเปนเจาของ
ดังที่กลาวมาข งต กฎเกณฑทเ่ี ก่ยวของ กับความเปนเจาขอ งหรอื การควบคุมกิจการ
วิทยุและโทรทัศนเกี่ยวของกับขอกําหนดตางๆ คือ การจํากัดสัดสวนการถือหุนของผูถือหุนแต
ละราย การจํากัดจํานวนสถานีวิทยุและโทรท นท ี่ผูประกอบการ▇▇▇▇▇▇ละราย▇▇▇▇▇▇ถือครอง
ได การจํากัดสัดสวนการถือหุนของตางชาติ และการจํากัดการถือครองขามสื่อและการถือครอง
ส่ือขามสาขา กฎเกณฑด กลาวลวนมจดประุี สงครวมก ันคือ การสงเสรมใิ หเกิดความหลาก
หลายดานโครงสราง บนพื้นฐานของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇วา ความหลากหลายด ความหลากหลายดานเนือหา
นโครงสรางจะทําใหเกิด
ในสวนของการถือหุนของผ
ือหุนแตละรายน
ผูวิจัยมีความเห็นวา หลักเกณฑท่ีจะ
กําหนดข
▇▇▇▇▇▇จะตองคํานึงถึงความเปนจริงที
า สื่อวิทยุและโทรทัศนในประเทศไทยสวนใหญ
ยกเวนสื่อของรัฐเปนส่ื▇▇▇▇ดําเนินการทางธุรกิจ ซึ่งหมายความวาหลกั เกณฑในการถือหุนควร จะสอดคลองกับแนวทางดานบรรษัท▇▇▇▇▇ (corporate governance) ในปจจุบัน ซ่ึงผูถือหุนใน
บริษัทสวนใหญมักเปนกลุมผู
ือหุนรายใหญไมก่ีกลุม3 การกําหนดสัดสวนการถือครองหุ▇▇▇▇
ผูถือหุนแตละราย▇▇▇▇▇▇ถือครอง▇▇ ▇งสุดไวในระดับทตํี่ ่ามากเชนรอยละ 10 จง▇▇ ▇จไมเหม าะ
สมกับสภาพความเปนจริง และอาจทําใหเกิดปญหาขัดแยงในการควบคุมบริษัทของผูถือหุน จํานวนมาก เชนกรณี▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นกับสถานีโทรทัศนไอทีวี การสงเสริมใหเ กิดความหลาก
หลายทางโครงสรางจึงควรกฎเกณฑ
่ืนๆ ในดานโครงสร
งแทน
สวนของการกําหนดหลักเกณฑในการถือหุนของชาวตางชาตินัน้ ประเทศตางๆ สวน ใหญมักมีขอจํากัดในการถือครองหุนสวนของชาวตางชาติ เนืองจากเกรงวาจะถูกครอบงําทาง วัฒนธรรม ผูวิจัยมีความเห็นวาประเทศไทยควรมีหลกั เกณฑในลกษณะเดียวกัน โดยควรมีขอ
กําหนดหามชาวตางชาติถือครองหุ
สวนข
งมากในกิจการวิทยุ โทรทัศนและโทรทัศนแบบบอก
รับสมาชิก และควรหามชาวตางชาติเปนกรรมการในกิจการดังกลาวในสัดสวนขางมากตามขอ
3 ลกษณะดังกลาวแตกตางจากแนวทางดานบรรษัท▇▇▇▇▇ของประเทศสหรัฐ และสหราชอาณาจักร ซ่ึงบริษัทในตลาดหลักทรัพย สวนใหญเปนกิจการที่มีผูถ ือหุนขางนอยจํานวนมาก
หัวใจสําคัญของการสงเสริมใหเกิดความหลากหลายด นโครงสรางขอ งกิจการวิทย▇▇▇▇
โทรทศั นในประเทศไทยนาจะอยูท่ีการกําหนดขอจากัดในการถือครองสถานีวิทยุและโทรทัศน ของผูประกอบการแตละราย และการถือครองขามสื่อและการถือครองส่ือขามสาขา ทั้งนี้ ผูวิจัย
มีความเห็นวา ควรมีการจํากัดจํานวนสถานีวิทยุและโทรท นทผ่ี ูประกอบการ▇▇▇▇▇ละราย รวม
ทังหนวยงานร
▇▇▇▇▇▇ถือครองไดไวไมใหสูงน
เชน ไมใหถือครองสถานีโทรทัศนไดเ กิน 1
สถานี และสถานีวิทยุเกินกวารอยละ 20 ของจํานวนสถานีท่ีมีอยูในพื้นที่น เพื่อปอง กันมิใหผ
ประกอบการรายใดรายหนึ่ง▇▇▇▇▇▇มี▇▇▇▇▇▇▇เหนือประชาชนในพื้นที่น
ไดมากเกินไป ท
นี้
กฎเกณฑที่ใช วรเปน กฎเกณฑทมขอี่ี กําหนดชัดเจนมากกวาการใหดุลพนจ▇▇▇ กหนวยง านกํากับ
ดูแล เนื่องจาก ขีดความ▇▇▇▇▇▇ในการวิเคราะหโครงสรางตลาดและมาตรการในการรับประก
ความโปรงใสของหนวยงานกํากับดูแลในชวงแรกยงไม าจะสูงนกั ขอจา▇▇ ▇ดในการถือครอง
สถานีวิทยุและโทรทัศนดังกลาวอาจผอนผันลงได หากมีหลักประกันวาเทคโนโลยีใหมๆ เชน เทคโนโลยีวิทยุและโทรทัศนในระบบดิจิตัล▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇นแปลงโครงสรางตลาดไดอยางมีนัย
สําค
ซึ่งนาจะยงไมเกิดขึนใน▇▇▇▇▇อนใกลน4้ี
อยางไรก็ตาม ผูวิจยเห็นวา ยังไมมีความจําเป▇▇▇▇ประเทศไทยจะตองมีกฎเกณฑ ั่วไป
ในการถือครองขามสื่อระหวางสื่อวิทยุโทรท นและ สื่อหนงั สือพมพิ เหมอนในตื างประเทศบาง
ประเทศ เนื่องจากท่ีผานมา ตลาดหนังสือพิมพในประเทศไทยมีการแขงข กันอยมู ากพอ▇▇
▇▇▇ นอกจากนี้ การถือครองข มส่ือยงนาจะมั ีประโยชนในการลดตนทนในุ การประกอบการของ
ผูประกอบการ ซึ่งนาจะสงผลดีตอผูบริโภคดวย การควบคุมการถือครองขามสื่อจึงควรจะมีขึ้น
ก็ตอเม่ือมีเหตุท่ีทําใหเช่อได
า การถือครองข
มสื่อดังกลาวจะลดการแขงขนในตลาดส่ื▇▇▇▇เกี่ยว
ของอยางมีน เทานั้น
สําคัญ และทําใหเกิดความสูญเสียตอความหลากหลายในการแสดงความคิดเห็น
4.2 กฎเกณฑในดานการออกใบอนุญาต
ระบบสมปทานไดส รางอุปสรรคในการประกอบกิจการวิทยุและโทรทศั นในปจจุบันหลาย ประการ ในกรณีของวิทยุและโทรทัศน ระบบสัมปทาน▇▇▇▇▇โปรงใสมีผลในการโอนกรรมสิทธใิ น การใชค ลื่นความถ่ี ▇▇▇▇▇▇▇▇▇คามหาศาลใหแกผูป ระ▇▇▇▇▇▇เอกชนกลมนอย โดยที่รฐและสังคม ไมได▇▇▇▇▇ตอบแทนอยางเหมาะสม ในกรณีของวิทยุ สญญา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีอายุสั้นเพียง 1-2 ป
4 ดูรายละเอียด▇▇▇▇▇เติมใน ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ (2547)
และไมมีเง่ือนไข▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในการคุมครองผูประกอบการยังมีผลทํา▇▇ ▇ฐ▇▇▇▇▇▇แทรกแซงสื่อ
วิทยุผานหนวยงานรฐั ที่เปนผใู หสมปทานไดโดยงาย สวนในกรณีของโทรทัศนแบบบอกรับ สมาชิก ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ผูประกอบการแตละรายไดรับมเง่ือนไขที่แตกตางกัน ซ่ึงสรา งความไม▇▇▇▇ ▇▇▇ในการแขงขัน ปญหาท่ีสําคัญอีกประการหนึ่งก็คือ สัญญาสัมปทานในปจจุบันยังมีเนื้อ หาสวนใหญในดา นขอ กําหนดทางเทคนิคและการแบงผลตอบแทนระหวางรฐและเอกชนเทานน้ั โดยไมมีเง่ือนไขท่ีเอื้อตอการกํากับดูแลดานโครงสรางและดานเนื้อหาเชน ขอกําหนดดานจรรยา บรรณตางๆ เปนตน
จากที่กลาวมาขางตน จะเห็นวาการ▇▇▇▇▇▇โครงสรางของสื่อวิทยุและโทรทัศนในประเทศ ไทยจะเกิดขึนไมไดหากไมมีการ▇▇▇▇▇▇ระบบใบอนุญาตประกอบกิจการ ทังนี้ การ▇▇▇▇▇▇ระบบ ใบอนุญาตควรมีแนวทางดังตอไปนี้
▪ กระบวนการออกใบอนุญาตตองมีความโปรงใสเชน มีข ตอนในการขอรบั
ฟงความคิดเห็นจากสาธารณะ (public consultation) ตอหลักเกณฑในการ ออกใบอนุญาต มีขอกําหนดใหกสช.ประกาศหลักเกณฑในการออกใบ
อนุญาตให
ราบอยางกวางขวางที
ุด และมีความเปนธรรมในการคัด
เลือกผไู ดรบใบอนุญาต โดยตองมีกระบวนการค เลือกทมประีี่ ▇▇▇▇▇ภาพ
และเปนธรรม เชนการจัดสรรคล่ืนความถ่ีดวยวิธีการประมูลในกรณีการ ประกอบการในเชิงพาณิชย สวนในกรณีของการประกอบกิจการแพร ภาพกระจายเสียงสาธารณะหรือชุมชน ซึ่งมีจุดประสงคไมแสวงหาผลกําไร
อาจใชวิธีการคัดเลือกจากขอเสนอ ประกอบก การขอรับเงินทนอุ ุดหนนุ
จากกองทุนพฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศนเพื่อประโยชน สาธารณะควรจัดเก็บคาธรรมเนียมใบอนุญาตในการใชคลื่นความถี่ที่ถือ ครองโดยหนวยงานรฐในระดับท่ีเหมาะสมกับคาเสียโอกาส โดยไมยกเวน คาธรรมเนียมในการใชคลื่นความถ่ี โดยเฉพาะแกหนวยงานท่ีถือครองคล่ืน ความถี่เกินกวา 1 สถานี เพื่อใหหนวยงานรัฐใชคล่ืนความถ่ีเทาที่จําเปน
ไมถือครองคล่ืนความถี่ไว ากเกินไป และนําไปแสวงหาผลประโยชนใน
เชิงพาณิชยในแนวทาง▇▇▇▇▇มีความโปรงใส และเปนอุปสรรคขัดขวางการ ใชคลื่นความถ่ีของภาคเอกชนและภาคประชาชน
▪ ในกรณีท่ีการประกอบการไมเก่ียวของก การใชทรพยั ากร▇▇▇▇▇▇จากํูี ัด ▇▇▇
คล่ืนความถี่ การกําหนดคาธรรมเนียมใบอนุญาตควรยึดหลักเกณฑใหคา ธรรมเนียมดังกลาวมีความครอบคลุมคาใชจายในการกํากับดูแลผูประกอบ การนนั ๆ โดยไมสรา งภาระจากคาธรรมเนียมใบอนุญาตที่สูงเกินไป เพื่อสง
เสริมใหเกิดผ ระ▇▇▇▇▇▇หลายรายแขงขนกั ันในตลาด
▪ ใบอนุญาตควรมีระยะเวลาที่คุมก การลงทุนแตไมควร ทีจะนานเกินไป ▇▇▇
ในตางประเทศ ระยะเวลาของใบอนุญาตแพรภาพกระจายเสียงทุกประเภท
ม จะไมเกิน 5-8 ป ทงั นี้ เพื่อใหผูประกอบการอ่ืนมีโอกาสเขาสูตลาด และ
▇▇▇▇▇▇นําคลื่นความถี่ดังกลาวไปใชไ ดอยางยืดหยุนและมีประสิทธิภาพสูง
สุดเชน นําไปใชในการแพรภาพกระจายเสียงแบบดิจิต เปนต น
▪ การตออายุใบอนุญาตควรมีความโปรงใสเชนเดียวกับการขอใบอนุญาต โดยควรคํานึงถึงผลการดําเนินการท่ีผานมาของผูประกอบการ เชน การ พิจารณาวามีการปฏิบัติตามกฎ▇▇▇▇▇▇▇หรือขอกําหนดดานจริยธรรม (code of conduct) หรือไม ทั้งนี้ การพิจารณาตอใบอนุญาตควรดําเนิน การกอนท่ีใบอนุญาตที่มีอยูจะหมดอายุพอ▇▇▇▇▇▇▇น กอนใบอนุญาตหมด
อายุอยางนอย 6-9 เดือนขึนไป เพื่อให▇▇▇▇▇▇คัดเลือกผ ระ▇▇▇▇▇▇ราย
ใหม และใหผูประกอบการ▇▇▇▇▇ไดรับอนุญาต▇▇▇▇▇▇เตรียมความพรอมใน การเลิกกิจการได
▪ ใบอนุญาตควรมีการกําหนด▇▇▇▇▇และหนาที่ของผูรับใบอนุญาต▇▇▇▇▇▇▇▇▇
เชน ▇▇▇▇▇ในการใชโครงสร งพืนฐานและพื้นทส่ า▇▇▇▇▇ (rights of way)
▇▇▇▇▇ในการใชโครงขายโทรคมนาคมสาธารณะ (public telecom operator)
เชน การใช
องสัญญาณของผ
ระ▇▇▇▇▇▇ดาวเทียม และการรวมใชโครง
ขายของผูประกอบการอื่น และควรมีเงื่อนไขในการกําก
ดูแลในด
นตางๆ
ตามความจําเปน โดยเฉพาะอยางย่ิงในชวงแรก▇▇▇▇▇ไมมีกฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการ กํากับดูแลตางๆ อยางครบถวนสมบูรณ เชน ประเภทและสัดสวนราย การ ตลอดจนมาตรฐานในทางจรรยาบรรณตางๆ เปนตน
4.3 การสงเสริมการแขงขัน
จากการวิเคราะหในหวข▇▇▇▇ผานมาจะเห็นวา ในปจจุบัน ผูประกอบการในตลาดวิทยุและ
โทร▇▇▇▇ ▇งราย มพฤติี กรรมในลักษณะที่กีดกันการแขงขนขอั งผูประกอบการรายอื่นหรอมกาีื ร
กําหนดเงื่อนไขในการประกอบธุรกรรมกับผ ระ▇▇▇▇▇▇อื่นๆ หรอผบรโภคในลิูื ักษณะ▇▇▇▇▇เปน
ธรรมเชน การกําหนดอตราคาบริการในระดับท่ีสูงเกินไป หรือการบังคับขายพวง พฤติกรรม
ด กลาวควรถูกควบคุมดวยพ.ร.บ. การแขงข
ทางการคา ซึ่งมีผลบ
คับใชแลวตังแตป 2542
อยางไรก็ตามในปจจุบัน พ.ร.บ.การแขงขันทางการคายังไม▇▇▇▇▇▇บังคบใชไดอยางมีประสิทธ ผลในหลายเรื่อง เนื่องจากยังไมไดมีการกําหนดนิยามของผูมีอํานาจหรือตลาด หรือกฎเกณฑ
ในการควบรวมกิจการ เพื่อให▇▇▇▇▇▇บ คบใชกฎหมายดังกลาวอยางม ี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ คณะ
กรรมการแขงขันทางการคา รัฐบาลและกสช. แลวแตก รณีควรเรงดําเนินการดังตอไปนี้
ก) ประกาศหลักเกณฑการมีอํานาจเหนือตลาด และหลักเกณฑในการควบรวมกิจ การใหมีความชัดเจนโดยเร็ว
ข) กําหนดมาตรการปองก การใชอํานาจเหนือตลาดอยางไมเปนธ รรมของผ
ประกอบการสถานีโทรทศั นและวิทยุรายใหญ ที่มีสวนแบงตลาดสูง และการม การผนวกกนในแนวด่ิง (vertical integration) ซึ่งทําใหผูประกอบการรายใหม ไม▇▇▇▇▇▇เขาสูตลาด หรือไม▇▇▇▇▇▇แขงขันได
ค) พฒนาความ▇▇▇▇▇▇ในการวิเคราะหการแขงขันในตลาดส่อแพรภาพ▇▇▇▇▇▇ เสียงของคณะกรรมการและเจาหนาที่ กสช. เมื่อไดรับการจัดตั้งขึน้
นอกจากน
กฎหมายการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน
ังควรมีบท
บัญญัติปองกันการแขง▇▇▇▇▇▇▇▇เปนธรรมที่พบเฉพาะในกิจการดังกลาว และไมมีบทบัญญัติใน
กฎหมายแขงขันทางการคารองรับ เชน ควรมีกฎ▇▇▇▇▇▇▇ในการใชอุปกรณ ับสัญญาณโทรทัศน
แบบบอกรับสมาชิก (conditional access equipment) หรือ โปรแกรมรายการอิเล็กทรอนิกส
(electronic programming guide) เพื่อปองกนมิใหผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇โทรทศั นแบบบอกรบั สมาชิกใช
ความเปนเจาของอุปกรณ
ังกลาวในการกีดกันการแขงขันจากผ
ระ▇▇▇▇▇▇รายใหม
เอกสารอางอิง
เดือนเดน และเสาวลักษณ (2546) เดือนเดน ▇▇▇▇บริรักษ และเสาวลกษณ ชีว▇▇▇▇▇▇▇▇นท,
“การปองกันการผูกขาดในตลาดโทรคมนาคม”, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2546
▇▇▇▇▇▇▇▇▇ (2547) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ต้งั กิจ▇▇▇▇▇ย, “สื่อดิจิตัลและเทคโนโลยีส่ือ”, สถาบันวิจัยเพื่อการ พฒนาประเทศไทย, 2547
▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇ (2546ก) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ต กิจวานชยิ และ▇▇▇▇▇ รตั นนฤมตร▇▇ ▇, “สภาพตลาด
โทรคมนาคมในตางประเทศและประเทศไทย”, สถาบันวิจัยเพื่อการพฒนาประเทศไทย, 2546
▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇ (2546ข) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇ย และ▇▇▇▇▇ รตั น▇▇▇▇▇▇ศร, “การจัดสรร คลื่นความถี่”, สถาบันวิจยเพ่ือการพฒนาประเทศไทย, 2546
▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และธนวิทย (2546ก) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇ย และธนวิทย สุทธรตนกุล, “วตถุ ประสงค ภาพ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ควรจะเปนของระบบส่ือ”, สถาบันวิจัยเพ่ือการ พฒนาประเทศไทย, 2546
▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และธนวิทย (2546ข) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ย และ ธนวิทย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇, “โครงสราง ระบบส่ือวิทยุและโทรทัศน”, สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, 2546
OECD (2001), Organisation for Economic Cooperation and Development Communication Outlook 2001
▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇.▇▇. (1995) W. ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇, ▇▇▇▇ ▇. ▇▇▇▇▇▇ and ▇▇▇▇▇▇ ▇. ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇, ▇▇., “Economics of Regulations and Antitrust”, Second Edition, MIT Press, 1995
ตารางท่ี 1 เปาหมายและมาตรการในการกํากับดูแลวิทยุและโทรทัศน
วัตถุประสงค / เปาหมาย | มาตรการ |
ความหลากหลายในเนื้อหา | ▪ ขอจํากัดในเรื่องการกระจุกตวและการถือครองขามสื่อ ▪ ขอจํากัดในเรื่องการเขาถึงชองทางการเผยแพรของผูประกอบการ▇▇▇▇▇ ▪ ขอจํากัดในเรื่องของขอบเขตของธุรกิจ ▪ การใหเงินทุนสนับสนุนแกสื่อสาธารณะ |
ความหลากหลายในเชิง วฒนธรรรม | ▪ การจัดสรรโควตาใหกบรายการท่ีผลิตโดยผูผลิตรายการในประเทศ ▪ การใหความชวยเหลือทางการเงินในการผลิตรายการในประเทศ ▪ ขอจํากดในการเปนเจาของและควบคุมสื่อโดยชาวตางชาติ ▪ การใหเงินทุนสนับสนุนแกส่ือสาธารณะ |
ความหลากหลายของประเภท รายการ | ▪ จดสรรโควตาใหก ับรายการบางประเภท ▪ ขอหามในรายการบางประเทศทอ่ี าจจะสงผลตอผบู ริโภคในวงกวาง ▪ การใหเงินทุนสนับสนุนแกสื่อสาธารณะ |
มาตรฐานของส่ือชุมชน | ▪ การกําหนดขอจํากัดตอรายการบางประเภท▇▇▇▇▇เหมาะสมตอชุมชน ▪ การกําหนดเง่ือนไขใหเกิดความถูกตองในรายการขาว▇▇▇ |
▇▇▇โฆษณา | ▪ การกําหนดขอจํากัดเรื่องจํานวนของโฆษณา ▪ ขอจํากดในการโฆษณาสินคาหรือบริการบางประเภท ▪ ขอจํากัดในเร่ืองของการโฆษณาในบางชวงเวลา เชนชวงเวลารายการ สําหรับเด็ก |
การจัดสรรคลื่นความถี่ | ▪ ขอจํากัดในเรื่องของจํานวนผูประกอบการ |
หมายเหตุ: มาตรการกํากับดูแลดานโครงสรางสื่อนั้นคือมาตรการที่ขีดเสนใตไว ท่ีมา: OECD (2001).
ตารางที่ 2 ขอจํากดในการถือครอง (ownership restriction) สถานีโทรทัศนในประเทศในกลุม OECD
ประเทศ | โทรทัศนภาคพ้ืนดิน (terrestrial television) | เคเบิล้ ทีวี (cable television) | โทรทัศนผานดาวเทียม (direct broadcast satellite) |
ออสเตรเลีย | แตละรายไมไดร ับอนุญาตใหค วบคุมโทรทศนเชิงพาณิชยในระบบภาคพื้นดิน ท่ี ครอบคลุมพื▇▇▇▇ซึ่งมีประชากรเกินกวารอยละ 75 ของประเทศ | ไมมี | ไมมี |
ออสเตรีย | ไมมี | ไมมี | ไมมี |
เบลเยียม | ผูท่ีถือหนุ ทงั ทางตรงและทางออมเกินกวารอยละ 24 ในสถานโี ทรทัศนของชุมชน ฝร่งเศส จะไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนทั้งทางตรงและทางออ มเกินรอยละ 24 ในสถานีโทร ทัศนอ ีกแหงหน่ึงได | ||
โทรทศนแบบบอกรบสมาชิกของชุมชนฝร่งเศสจะตอ งสงวนหุนอยางนอยรอยละ 26 แก RTBF ทงั นอ้ี าจอ▇▇ในรูปการถือหุนโดยตรง หรือการถือหุนโดยบริษทั ลูกของ RTBF หรือการให▇▇▇▇▇ในการ▇▇▇▇แก RTBF | |||
แคนาดา | แตละรายไมไดร ับอนุญาตใหเปนเจาของสถานีโทรทศนเกินกวา 1 ชองที่ใหบริการ ในภาษาทางการและพนื ท่ีเดียวกัน ในกรณีของวิทยุ ในพื้นที่ที่มีจํานวนสถานีเชิงพาณิชยน อยกวา 8 สถานีที่ใหบริการ ในภาษาเดียวกัน แตละรายจะเปนเจาของสถานี▇▇▇▇เกิน 3 สถานี ทงั น้ี ในชวง ความถ่ีเดียวกันเชน AM หรือ FM จะถือครอง▇▇▇▇เกิน 2 ชอง ในพื▇▇▇▇▇▇▇มีสถานีต้ัง แต 8 สถานีขึนไป จะอนุญาตใหเปนเจาของ▇▇▇▇เกิน 4 สถานี (FM และ AM อยาง ละ 2 สถานี) | ไมมี | ไมมี |
สาธารณรัฐเชค | ไมมี | ไมมี | ไมมี |
เดนมารก | ในกรณีของโทรทศน แตละคนจะไม▇▇▇▇▇▇เปนกรรมการในสถานีไดเกิน 1 แหง | ไมมี | ไมมี |
หามประกอบธุรกิจอ่ืนนอกจาก หนงสือพิมพ | |||
ฟนแลนด | ไมมี อยางไรก็ตาม หนวยงานใหใบอนุญาตจะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇สงเสริมเสรีภาพใน การแสดงความคิดเห็นและความหลากหลายของรายการ และผปู ระ▇▇▇▇▇▇ตอ ง ขออนุญาตใหมในกรณีที่มีการเปลี่ยนเจาของและการควบคุม | ไมมี | ไมมี |
▇▇▇▇▇เศส | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองเกินกวารอยละ 49 ของหุนในบริษทแพรภ าพ▇▇▇▇▇▇ เสียง ผูประกอบการ▇▇▇▇▇รับอนุญาตใหบริการในพื▇▇▇▇▇▇▇มีประชากรตง้ แต 4 ลานคนขึน้ ไปจะไม▇▇▇▇▇▇ขอใบอนุญาต▇▇▇▇▇▇▇อีก นอกจากนี้ ยังมีขอจํากัดอีก 4 ประการในกรณีของโทรทัศนดิจิตัล โดยหามบุคคล หรือองคกรใด - ถือหุน หรือมี▇▇▇▇▇ออกเสียงเกินกวารอยละ 49 ในบริษท▇▇▇▇▇รบั อนุญาต - ควบคุมโทรทศนมากกวา 5 ชอง - ไดร ับใบอนุญาตมากกวา 1 ใบในพื▇▇▇▇เดียวกัน - ถือใบอนุญาตประกอบการหลายใบในหลายพื▇▇▇▇ จนครอบคลุมประชากร เกินกวา 6 ลานคน | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รบั อนุญาตใหบริการ ครอบคลุมพื้นที่ ซ่ึงมีประชากรมากกวา 6 ลานคน จะไม▇▇▇▇▇▇▇▇ร ับใบอนุญาตอื่น อีก | |
เยอรมัน | สถานีแตละแหงจะไมไดรบั อนุญาตใหมีสวนแบงผูชมเฉลี่ยตอปเกินกวารอยละ 30 | ||
กรีซ | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหนุ ไดเกินกวารอยละ 25 ในบริษทแพรภาพกระจายเสียง แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนหรือออกเสียงไดเกนกวา 1 สถานี | ไมมีขอ มูล | ไมมีขอ มูล |
ฮงการี | แตละรายท่ีถือครองใบอนุญาต หรือ▇▇▇▇▇▇ควบคุมบริษทแพรภ าพกระจายเสียงได จะไมไดรับอนุญาตใหค วบคุมสถานีโทรทัศนอ ่ืนได | ผ▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇โทรคมนาคมไม▇▇▇▇▇▇เปน เจาของ เชา หรือควบคมเครือขายเคเบิ้ลทีวี ยกเวนในเขตที่มีประชากรนอยกวา 3 หมื่น | ไมมี |
คน | |||
ไอรแลนด | ไมมี | ไมมี | |
อิตาลี | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองคล่ืนความถี่ท่ีมี▇▇▇เกินกวารอยละ 20 หรือมีรายได จากทั้งคาโฆษณาและคารบั ชม (license fee) เกินกวารอยละ 30 ของอุตสาหกรรม | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇มีรายไดเกินกวารอยละ 30 ของอุตสาหกรรมเคเบ้ิลและโทร ทัศนผานดาวเทียม | |
ญี่ปุน | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇เปนเจาของหรือควบคุมสถานีโทรทัศนมากกวาหนึ่งแหง | ไมมี | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇เปนเจาของ หรือควบคุมสถานีโทรทัศนมากกวา หนึ่งแหง |
เกาหลีใต | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินกวารอยละ 30 ในสถานีโทรทัศนทั่วไปหรือขา ว แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินกวารอยละ 30 ในเคเบ้ิลทีวีหรือโทรทัศนผานดาว เทียมท่ีเผยแพรรายการท่ัวไปหรือขาว | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇ไม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขายเกินกวา รอยละ 33 ของรายไดท้งั อุตสาหกรรม ผูประกอบการไม▇▇▇▇▇▇เปนเจาของเครือ ขายเคเบล้ิ ในมากกวารอยละ 10 ของพื▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇ไม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขาย เกินกวารอยละ 33 ของรายไดท ั้ง▇▇▇ ▇▇หกรรม |
ลักเซมเบิรก | แตละรายจะตองไมถือครองหุนเกินกวา 1 สถานี แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินกวารอยละ 25 สถานีโทรทัศน | ||
เม็กซิโก | ไมมี | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇จะตองไดรับอนุญาตกอนรับสัมปทานเกินกวา 1 สัมปทานในพื้นที่ เดียวกัน | |
เนเธอรแ ลนด | ไมมี | ไมมี | ไมมี |
▇▇▇▇▇แลนด | ไมมี | ไมมี | ไมมี |
นอรเวย | Media Ownership Authority อาจแทรกแซงในกรณีท่ีบุคคลใดถือครองส่ือมาก เกินไปในประเทศหรือในแตละพื▇▇▇▇ | ▇▇มี | ไมมี |
โปรตุเกส | ใชกฎหมายแขงขนทางการคาในการจดการกับการใชอํานาจเหนือตลาดในทางไมชอบ (abuse of dominance) | ||
สเปน | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองใบอนุญาตไดเกิน 1 ใบ แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนทั้งทางตรงหรือทางออ มเกินกวารอยละ25 และไม ▇▇▇▇▇▇ถือหนุ ในบริษัท▇▇▇▇▇รับใบอนุญาตเกินกวา 1 แหง | จํานวนสมาชิกของผูประกอบการแตละราย ตองไมเกิน 1.5 ลานคน | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนทงั ทาง ตรงหรือทางออ มเกนกวารอยละ 25 |
สวีเดน | ไมมี | ไมมี | ไมมี |
สวิตเซอรแ ลนด | ผูข อใบอนุญาตจะตองเปดเผยรายช่ือผูถ ือหุนแกห นวยงานออกใบอนุญาต ซึ่งจะตรวจสอบวาการถือหุนดังกลาวจะทําให▇▇▇▇▇▇เสียตอความหลากหลายทางความคิดหรือ ไม | ||
ตุรกี | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนในสถานีเกินกวารอยละ 20 | ||
สหราชอาณาจักร | ในกรณีของระบบอนาล็อก: แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองหรือควบคุมใบอนุญาตที่ครอบคลุมเกินรอยละ 15ของผูช ม ในกรณีของระบบดิจิตลั : ใชระบบแตม (point scheme) โดยแตละรายจะถือครอง▇▇▇▇เกินรอยละ 20-25 ของรายการโทรทัศนดิจิตัล แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองใบ อนุญาตไดเกิน 3 มัลติเพล็กซ | ||
สหรัฐอเมริกา | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครอง ใหบริการ หรือควบคุมสถานีโทรทัศน ซ่ึงครอบคลุม เกินกวารอยละ 35 ของประชากรทงั ประเทศ แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองสถานีโทรทศนเกินกวา 1 แหงในตลาดเดียวกนั แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครอง ใหบ ริการ หรือควบคุมเครือขายสถานีโทรทัศนด ังตอ ไปนี้เกินกวา 1 แหง: ABC, CBS, FOX, NBC ▇▇▇▇▇▇เปนเจาของเครือขายสถานีโทรทัศนขางตนได 1 แหงและเครือขายเกิดใหม (emerging network) เชน UPN, WB ไดอีก 1 แหง | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครอง ใหบริการ หรือควบคุมสถานีระบบเคเบิ้ล ซ่ึงให บริการสมาชิกเกินกวารอยละ 30 ของระบบ เคเบิ้ลทั่วประเทศ | ไมมี |
ที่มา: OECD 2001
ตารางที่ 3 ขอจํากัดเรื่องการถือครองสื่อแพรภาพกระจายเสียงโดยชาวตางชาติในประเทศ OECD
ประเทศ | ขอจํากัด |
ออสเตรเลีย | หามชาวตางชาติควบคุมสถานีโทรทัศนระบบภาคพืนดินเชิงพาณิชย หามตางชาติถือหุน รวมกนเกินกวารอยละ 20 สัดสวนกรรมการชาวตางชาติตองไมเกินรอยละ 20 ของ กรรมการทั้งหมด หามชาวตางชาติถือหุนในสถานีโทรทัศนบอกรับสมาชิกเกินกวารอยละ 20 และหามตาง ชาติถือหุนรวมกันเกินรอยละ 35 ในสถานีดังกลาว |
ออสเตรีย | บริษัทนอกสหภาพยุโรปหามถือหุนเกินกวารอยละ 49 ในสถานีเคเบิ้ลทีวีและโทรทศน ผานดาวเทียม และหามถือหุนเกนกวารอยละ 25 ในสถานีวิทยุ |
เบลเยียม | ไมมี |
แคนาดา | หามตางชาติถือหุ▇▇▇▇ออกเสียงไดเกินกวารอยละ 20 ในบริษทสื่อแพรภาพกระจายเสียงทุก ประเภท และหามถือหุนที่ออกเสียงไดเกินกวารอยละ 33.3 ในบริษัทแมหรือบริษัท โฮลดิ้งของบริษัทดังกลาว |
สาธารณรัฐเชค | ไมมี |
เดนมารก | ไมมี |
ฟนแลนด | ไมมี |
เยอรมัน | จะออกใบอนุญาตแพรภาพกระจายเสียงเฉพาะแกผูประกอบการท่ีนําเสนอรายการที่เสนอ ความคิดเห็นในเยอรมันที่หลากหลาย โดยจะให▇▇▇▇▇พิเศษแกผูประกอบการเยอรมันและผู ประกอบการในสหภาพยุโรปในการออกใบอนุญาตโทรทัศนในระบบเคเบิ้ล และโทร ทัศนภาคพนื ดิน |
กรีซ | สํานักงานใหญของผูประกอบการตองอยูในสหภาพยุโรป และตองมีตวั แทนตามกฎหมาย ▇▇▇ในกรีซ |
ไอรแลนด | ไมมี |
อิตาลี | ไมมี |
ญ่ีปุน | จะไมออกใบอนุญาตใหแกบุคคลดังตอไปนี้ - บุคคล▇▇▇▇▇มีสัญชาติญี่ปุน รฐบาลตางประเทศ หรือนิติบุคคลหรือสมาคมตางชาติ - นิติบุคคลหรือสมาคม ซึ่งมีเจาหนาท่ตามขางตนเปนผูควบคุมกิจกรรมตางๆ - นิติบุคคลหรือสมาคม ซ่ึงมีหุ▇▇▇▇ออกเสียงไดเกินกวา 1 ใน 5 เปนบุคคลตามที่กลาว มาขางตน ขอจํากัดในการประกอบกิจการเคเบิ้ลทีวีถูกยกเลิกไปตั้งแตป 1999 |
เกาหลีใต | ชาวตางชาติไมไดรับอนุญาตใหล งทุนในสถานีโทรทัศนภาคพื้นดิน ชาวตางชาติ▇▇▇▇▇▇ถือหุนในบริษัทที่เปนเจาของโครงขายเคเบิ้ลทีวี ▇▇▇▇เกินรอยละ 49 ถือหุนในบริษทใหบริการระบบเคเบิ้ลทีวี หรือผูผลิตรายการ (ยกเวนรายการขาวหรือราย การท่ัวไป) ไดไมเกินรอยละ 33 ตามลําดับ ชาวตางชาติ▇▇▇▇▇▇ถือหุนในบริษัทโทรทศนผานดาวเทียม▇▇▇▇เกินรอยละ 33 |
35
เม็กซิโก | ชาวตางชาติ▇▇▇▇▇▇ถือหุนไดไมเกินรอยละ 49 |
เนเธอรแลนด | ไมมี |
▇▇▇▇▇แลนด | ไมมี |
นอรเวย | ไมมี |
โปรตุเกส | ไมมี |
สเปน | ชาวตางชาติ ▇▇▇▇▇▇ถือหุนไดไมเกินรอยละ 25 ในสถานีโทรทศนภาคพื้นดิน ทางการอาจพิจารณาใหช าวตางชาติ▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินรอยละ 25 ในสถานีเคเบิ้ลทีวี ทังนี้ คนในสหภาพยุโรปไมถือวาเปนชาวตางชาติ |
สวีเดน | ไมมี |
สวิตเซอรแลนด | ชาวตางชาติเฉพาะที่มี▇▇▇▇▇▇▇ หรือนิติบุคคลท่ีมีสํานักงานใหญในสวิตเซอรแลนดเทา▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ยื่นขอใบอนุญาตได หากรัฐบาลตางประเทศที่เกี่ยวของให▇▇▇▇▇ตางตอบแทนที่ เทาเทียมกันแกชาวสวิสหรือนิติบุคคลสัญชาติสวิส |
ตุรกี | ชาวตางชาติ▇▇▇▇▇▇ถือหุนไดไมเกินรอยละ 20 และไมอนุญาตใหถ ือหุนไดเกินกวาสถานี เกินกวา 1 สถานี |
สหราชอาณาจักร | เฉพาะชาวสหราชอาณาจักรและผูถือสัญชาติของประเทศใน European Economic Area หรือนิติบุคคลท่ีจดทะเบียนในประเทศดังกลาวเทา▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ถือครองใบอนุญาตสถานี แพรภาพกระจายเสียงระดับชาติหรือระดบทองถิ่น ยกเวนในกรณีโทรทัศนในระบบเค เบิ้ล โทรทัศนผานดาวเทียมตางประเทศ บริการมัลติเพล็กซสัญญาณวิทยุและโทรทัศน บริการรายการโทรทัศนหรือวิทยุดิจิตัล |
สหรัฐอเมริกา | ชาวตางชาติ นิติบุคคลท่ีถือหุนเกินกวารอยละ 20 โดยคนตางชาติ นิติบุคคลท่ีถือหุนเกิน กวารอยละ 25 โดยนิติบุคคลอื่นที่ควบคุมโดยชาวตางชาติ จะไมไดรับอนุญาตใหประกอบ การแพรภาพกระจายเสียง |
ที่มา: OECD (2001)
36
ตารางที่ 4 ขอจํากดเรื่องการถือครองสื่อขามสาขา (cross-sector ownership restriction)
ในประเทศ OECD
ประเทศ | ขอจํากดั |
ออสเตรเลีย | ผูประกอบการที่ควบคุมใบอนุญาตโทรทศนเ ชิงพาณิชย หรือโทรทัศนสาธารณะไมไดรับ อนุญาตใหควบคุมใบอนุญาต datacaster |
ออสเตรีย | โทรทัศนสาธารณะไมไดรบั อนุญาตใหประกอบกิจการเคเบิ้ลทีวี |
เบลเยียม | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇เคเบ้ลิ ทีวีไมไดรับอนุญาตใหบ ริการโทรทศนภาคพื้นดิน หรือถือครองหุนเกิน กวารอยละ 24 ในสถานีโทรทัศนเอกชนหรือชุมชน หรือบริหารหรือมีสวนในการบริหารเกิน กวา 1 ใน 3 ของสถานีดังกลาว ผูประกอบการโทรทศนภาคพื้นดินไมไดรับอนุญาตใหประกอบกิจการเคเบิ้ลทีวี |
แคนาดา | ไมมี |
สาธารณรัฐเชค | ไมมี |
เดนมารก | ไมมี |
ฟนแลนด | ไมมี |
ฝร่งเศส | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนภ าคพืนดินท่ีใหบรการในพื▇▇▇▇▇▇▇มีประชากรเกินกวา 4 ลานคนขึ้นไป ไมไดรับอนุญาตใหบ ริการโครงสรางพื้นฐานของกิจการเคเบิ้ลทีวี ผูใ หบริการโครงสรางพืนฐานของเคเบล้ิ ทีวีที่ใหบริการในพ▇▇ ▇▇▇▇▇▇มีประชากรเกินกวา 6 ลาน คนขึนไป ไมไดรบั อนุญาตใหบ ริการโทรทัศนภาคพื้นดิน |
เยอรมัน | ไมมี |
กรีซ | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนหรือวิทยุบอกรับสมาชิก ไมไดรบั อนุญาตใหประกอบการโทรทัศน แบบไมบอกรับสมาชิก (free-to-air) ผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนบ อกรับสมาชิก▇▇▇▇▇▇ถือครองใบอนุญาตเดียวสําหรับโทรทัศน▇▇▇ ▇▇▇ภาพในระบบเดียวกัน (เคเบิ้ล ดาวเทียม ภาคพืนดิน) และอีกหน่ึงใบอนุญาตสําหรับโทร ทัศนบอกรบสมาชิกตางระบบ |
ไอรแ ลนด | ไมมี |
อิตาลี | กฎหมายไดแบงตลาดออกเปน 3 ตลาดคือ โทรทศนภ าคพื้นดิน วิทยุ และเคเบลิ้ ทีวี-โทรทศน ผานดาวเทียม ในแตละตลาด ผูประกอบการแตละรายจะไม▇▇▇▇▇▇มีรายไดเกินกวารอยละ 30 ของตลาด นั้น ผูประกอบการอาจประกอบการในสองหรือสามตลาดได หากไมมีรายไดเกินกวารอย ละ 30 ในแตละตลาดนั้น |
ญ่ีปุน | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนภาคพื้นดินจะไดรบั อนุญาตใหประกอบกิจการเคเบล้ิ ทีวีเฉพาะใน กรณีพิเศษเทาน้นั |
เกาหลีใต | ผูประกอบการไม▇▇▇▇▇▇ถือครองขามสาขาระหวางเคเบล้ิ ทีวีและโทรทัศนภาคพื้นดิน ผูประกอบการโทรทัศนภาคพื้นดินไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินรอยละ 33 ในบริษัทผูใหบริการโทร |
37
ทัศนผานดาวเทียม ผูประกอบการโทรทัศนผานดาวเทียมไม▇▇▇▇▇▇ถือหุนเกินรอยละ 33 ในบริษัทผูใหบริการเค เบิ้ลทีวี หามการถือครองขามสาขาระหวางผูป ระ▇▇▇▇▇▇โครงขายเคเบิ้ล (network operator) ผูให บริการระบบเคเบล้ิ (system operator) และผูผลิตรายการ (program provider) | |
เม็กซิโก | ไมมี |
เนเธอรแลนด | ไมมี |
▇▇▇▇▇แลนด | ไมมี |
นอรเ วย | Media Ownership Authority อาจแทรกแซงการเขาถือครองหนังสือพิมพ หรือส่ือแพรภาพ กระจายเสียง หากผทู ี่จะเขาครอบครองนน้ ไดเปนเจาของอยางมีนัยสําคัญ (significant ownership) ในสื่อระดบั ชาติ ระดับทองถิ่น และระดับพื▇▇▇▇ ซึ่งขัดตอ▇▇▇▇▇ของกฎหมาย |
โปรตุเกส | ไมมี |
สเปน | ผปู ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนเชิงพาณิชยภาคพืนดินไมไดรับอนุญาตใหบริการโครงขายเคเบิ้ลทีวี ผูประกอบการโทรทัศนเชิงพาณิชยภาคพืนดินจะไมไดรับอนุญาตใหบริการเคเบิล้ ทีวีเกิน 1 ใบอนุญาต ผูประกอบการโทรทัศนเชิงพาณิชยภาคพืนดินท่ีใหบริการโทรคมนาคมดวย จะไมไดรับใบ อนุญาตเกิน 1 ใบอนุญาต |
สวีเดน | ไมมี |
สวิตเซอรแลนด | ไมมี |
ตุรกี | ไมมี |
สหราชอาณาจักร | หาม BBC และผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทัศนภาคพืนดินเชิงพาณิชยป ระกอบกิจการเคเบิ้ลทีวี |
สหรัฐอเมริกา | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇เคเบล้ิ ไม▇▇▇▇▇▇▇▇▇สัญญาณภาพของสถานีโทรทัศน ซ่ึงถือครอง ใหบริการ หรือควบคุมโดยผูประกอบการเคเบิ้ลนั้น โดยมีพื▇▇▇▇ทบซอน▇▇▇ |
▇▇▇มา: OECD (2001)
38
ตารางที่ 5 ขอจํากดเรื่องการถือครองขามสื่อ (cross-media ownership restriction)
ในประเทศ OECD
ประเทศ | ขอจํากดั |
ออสเตรเลีย | แตละรายไม▇▇▇▇▇▇ถือครองสถานีโทรทัศน วิทยุ และหนังสือพิมพในพื้นที่เดียวกันได |
ออสเตรีย | ผูประกอบการหนังสือพิมพ▇▇▇▇▇▇ถือหุนในบริษัทเคเบิ้ลทีวีหรือโทรทัศนผานดาวเทียม ไดไมเกินรอยละ 26 และ▇▇▇▇▇▇ถือหุนในบริษทั วิทยุไดไมเกินรอยละ 26 ในเขตเดียว กัน และไมเกินแหงละรอยละ 10 ในอีก 2 เขต |
เบลเยียม | ไมมี |
แคนาดา | ไมมี |
สาธารณรัฐเชค | ไมมี |
เดนมารก | ไมมี |
ฟนแลนด | ไมมี |
ฝรั่งเศส | ผูผลิตบริการสําหรบการแพรภาพในระบบดิจิตัลหรือผูใหบ ริการ (service distributor) จะไมไดรับอนุญาตใหใชคลื่นความถ่ี หรือถือครองใบอนุญาต และผูประกอบการเชิง พาณิชย (commercial distributor) จะไม▇▇▇▇▇▇จดทะเบียนกบั หนวยงานกํากับดูแลเพื่อ ใหบริการได หากเขาขายตอไปนี้ ตั้งแตสองเงื่อนไขขึ้นไป - ผูใ หบ ริการโทรทัศนด ิจิตลั ซ่ึงครอบคลุมผชู มอยางนอย 4 ลานคน - ผูใ หบ ริการวิทยุตง้ แตหนึ่งสถานีขึ้นไป ซึ่งครอบคลุมผูฟ งอยางนอย 30 ลานคน - ผูใ หบริการ (service distributor) เชน ผูใหบ ริการเคเบิล้ ทีวี โทรทัศนผานดาวเทียม หรือระบบมัลติเพล็กซ ซึ่งครอบคลุมพื▇▇▇▇ซึ่งมีผูชมอยางนอย 6 ลานคน - ผูป ระ▇▇▇▇▇▇หนังสือพิมพรายวันระดับประเทศ ซึ่งมีเนื้อหาทั่วไปหรือการเมือง ▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ขายเกินกวารอยละ 20 ของตลาด |
เยอรมัน | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇โทรทศนซ ึ่งใหบริการสื่ออ่ืนดวย จะไมไดรับอนุญาตใหมี▇▇▇▇▇▇▇ตอความ คิดเห็นของผูชมเกินกวารอยละ 30 ของผูชมในตลาดโทรทัศน ผูป ระ▇▇▇▇▇▇หนังสือพิมพที่มีอํานาจเหนือตลาดในพื้นที่ จะไมไดร ับอนุญาตใหถ ือหุนใน บริษัทแพรภาพกระจายเสียงในพื้นที่นั้น |
กรีซ | เจาของใบอนุญาตประกอบการโทรทศนแบบบอกรับสมาชิกไม▇▇▇▇▇▇เปนเจาของใบ อนุญาตประกอบการโทรทัศนท่วั ไป และไม▇▇▇▇▇▇เปนผูถือหนุ ในสื่อประเภทอื่นเกิน กวา 2 ประเภท |
ไอรแลนด | ไมมี |
อิตาลี | กฎหมายไดแบงตลาดออกเปน 3 ตลาดคือ โทรทศนภาคพื้นดิน วิทยุ และเคเบิ้ลทีวี-โทร ทัศนผ านดาวเทียม ในแตละตลาด ผูประกอบการแตละรายจะไม▇▇▇▇▇▇มีรายไดเกินกวารอยละ 30 ของ ตลาดน้นั ผูประกอบการอาจประกอบการในสองหรือสามตลาดได หากไมมีรายไดเกิน |
39
กวารอยละ 30 ในแตละตลาดนัน้ | |
ญ่ีปุน | แตละรายจะไม▇▇▇▇▇▇ถือครองสถานีโทรทศนวิทยุและหนงสือพิมพในเขตเดียวกัน ยก เวนในกรณีเฉพาะ |
เกาหลีใต | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇หนงสือพิมพหรือกลุมอุตสาหกรรมไม▇▇▇▇▇▇ถือครองหรือบริหารโทร ทัศนท้งั ภาคพื้นดิน ดาวเทียม และเคเบิ้ลทีวีท่ีนําเสนอขาวสารและรายการทั่วไป ผูประกอบการหนังสือพิมพหรือกลุมอุตสาหกรรมไม▇▇▇▇▇▇มีสวนแบงตลาดเกินกวา รอยละ 33 ในตลาดเคเบิ้ลทีวีหรือโทรทัศนผานดาวเทียม |
เม็กซิโก | ไมมี |
เนเธอรแ ลนด | โทรทัศนสาธารณะไมไดรบั อนุญาตใหถือครองกรรมสิทธิ์ขามสื่อ ผูประกอบโทรทัศนและวิทยุเชิงพาณิชย ไมไดรับอนุญาตใหมีสวนแบงตลาดตั้งแตรอยละ 25 ในตลาดหนังสือพิมพ |
▇▇▇▇▇แลนด | ไมมี |
โปรตุเกส | ไมมี |
สเปน | ไมมี |
สวีเดน | ไมมี |
สวิตเซอรแลนด | ไมมี |
ตุรกี | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇หนงสือพิมพไมไดรบั อนุญาตใหถือหุนเกินกวารอยละ 20 ในสถานีโทร ทัศนและวิทยุ |
สหราชอาณาจกั ร | ผูถ ือใบอนุญาตประกอบกิจการวิทยุในระดบประเทศไมไดรบั อนุญาตใหถือใบอนุญาต โทรทัศนระดบั ชาติหรือระดับ▇▇▇▇▇▇▇ ผูถ ือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทศนในระดับ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ถือใบอนุญาตวิทยุในพื▇▇▇▇เดียวกัน ผูถือหุนของกลุมหนังสือพิมพ▇▇▇▇▇▇▇▇ขายเกินกวารอยละ 20 ของตลาดทั่วประเทศ ไม ▇▇▇▇▇▇ถือครองใบอนุญาตวิทยุหรือโทรทัศนทั้งในระดับประเทศและระดับทองถ่ิน ผู ถือหุนของหนังสือพิมพอื่นๆ ที่ตอ งการขอใบอนุญาตโทรทศนหรือวิทยุจะถูกพิจารณา เปนรายๆ ไป โดยยึดผลประโยชนสาธารณะ |
สหรัฐอเมริกา | ผูป ระ▇▇▇▇▇▇ไม▇▇▇▇▇▇ถือครอง ใหบริการหรือควบคุมวิทยุหรือโทรทัศน และหนังสือ พิมพซึ่งตีพิมพในเขตชุมชนเดียวกัน |
ที่มา: OECD (2001)
40
